กระบะคลั่ง สร่างแล้ว เผยภาพตัด จำไม่ได้ขับรถไล่ชนเก๋ง ระบุ ไม่รู้ขับรถมาเส้นนี้ได้อย่างไร คงเข็ดไปอีกนาน ด้าน ตำรวจ แจ้ง 3 ข้อหา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีชายก่อเหตุขับรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ ทะเบียน 2ฒธ5341 กรุงเทพมหานคร ไล่ชนรถเก๋งจนได้รับความเสียหายหลายคัน โดยมีพลเมืองดีถ่ายคลิปวีดีโอขณะเกิดเหตุไว้ได้บริเวณหน้าโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย ถนนราชพฤกษ์ขาออก ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 202 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : เปิดคลิประทึก! กระบะคลั่ง ขับไล่ชนเก๋งพังยับ วัดแอลกอฮอล์ทะลุ200

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ก.ค.2565 ที่สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธเมตต์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี รรท.ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ สั่งการให้ ร.ต.อ.อุทิศ อาสานอก พนักงานสอบสวน นำตัวนายนคร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาเมาแล้วขับรถกระบะไล่ชนรถยนต์ผู้อื่นเสียหายหลายคันมาทำการสอบสวน

กระบะคลั่ง สร่างแล้ว เผยภาพตัด จำไม่ได้ขับรถไล่ชนเก๋ง ระบุ ไม่รู้ขับรถมาเส้นนี้ได้อย่างไร

กระบะคลั่ง สร่างแล้ว เผยภาพตัด จำไม่ได้ขับรถไล่ชนเก๋ง ระบุ ไม่รู้ขับรถมาเส้นนี้ได้อย่างไร

นายนคร กล่าวว่า ตนไปดื่มสุรากับเพื่อนที่ย่านบางบัวทองตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจำไม่ได้ว่าแยกย้ายกลับมาตอนกี่ทุ่ม จำได้แต่ว่าตนจะขับรถกระบะกลับบ้านที่บางกะดี จ.ปทุมธานี ไม่รู้ตัวเลยว่าขับรถมาเส้นนี้ได้ยังไง และตนก็ยังไม่รู้ว่าไปขับรถไล่พุ่งชนท้ายรถเก๋งคู่กรณีทำไม

นายนคร กล่าวต่อว่า ตนจำอะไรในเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ได้จริง ๆ แต่เมื่อได้ดูคลิปเหตุการณ์แล้วตนก็ยอมรับว่า รถกระบะคันก่อเหตุเป็นรถกระบะของตน ซึ่งตนจำได้แต่เพียงว่า หลังเกิดเหตุรถชนกันจนจอดรถแล้ว ตนได้ลงไปคุยกับคู่กรณีแล้วภาพก็ตัดไป

นายนคร กล่าวยอมรับว่า เมาสุราหนักมาก แต่ไม่ได้เสพยาหรือสารเสพติดใด ๆ เพิ่มเติม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนอยากจะขอโทษกับคู่กรณีทั้งหมดด้วยที่ตนทำให้เขาเดือดร้อน ทำให้รถพวกเขาเสียหาย แต่ตนไม่มีสติ จำเรื่องราวตอนเกิดเหตุไม่ได้เลย ถือเป็นบทเรียนที่ตนเข็ดขยาดไปอีกนาน ต่อไปนี้ถ้าตนดื่มสุราแล้วจะไม่ออกไปไหนอีก ดื่มแล้วจะไม่ขับรถโดยเด็ดขาด

นายนคร กล่าวอีกว่า อยากฝากถึงคนที่ยังเมาแล้วขับ ให้ดูกรณีของตนเป็นตัวอย่างด้วยว่า ถ้าเราดื่มสุราเข้าไปมาก ๆ แล้วถึงจุดที่ภาพมันตัดไป แล้วเราไปทำอะไรลงไปโดยที่จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลยจะเกิดเรื่องที่น่าเสียใจแบบตน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขอะไรได้นอกจากก้มหน้ายอมรับผิดกันไป ซึ่งตนคงเข็ดขยาดกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมกับนายไชยภัทร (ขอสงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้เสียหายที่นายนครคนขับกระบะเมาสุราขับรถไล่ชน โดย นายไชยภัทร เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อคืนช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ตนกำลังขับรถเก๋งมาจากถนน 345 เมื่อมาถึงถนนราชพฤกษ์ เพื่อจะกลับบ้านพักที่อยู่ในซอยโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย ถึงจุดเกิดเหตุตนเห็นรถกระบะคันหนึ่งขับตามไล่กวดท้ายรถตนมาแต่ไม่เปิดไฟหน้ารถ

นายไชยภัทร กล่าวต่อว่า ตนกับคนในรถยังคิดกันว่า ทำไมขับรถไม่เปิดไฟหน้าจะทำให้คันอื่นมองไม่เห็น อันตรายมากโดยเฉพาะในตอนกลางคืน จากนั้นคนขับรถกระบะก็ขับรถพุ่งจี้ท้ายรถเก๋งตน ซึ่งตนก็พยายามเร่งเครื่องจะขึ้นไปหลบข้างหน้าเพื่อให้รถคู่กรณีแซงไป แต่ปรากฏว่ารถของตนไปติดรถที่กำลังวิ่งอยู่ด้านหน้าอีก 2 คัน ทำให้ตนเร่งเครื่องหลบไปไม่ได้ จึงต้องชะลอรถลง ก็ถูกรถกระบะเข้าพุ่งชนท้ายรถอย่างแรง

นายไชยภัทร กล่าวอีกว่า ตนจึงต้องเบรกรถเอาไว้เพื่อไม่ให้รถกระบะหลบหนี ซึ่งคนจับกระบะได้พยายามขับรถมาพุ่งชนรถเก๋งตนอีกประมาณ 5 ครั้ง จนรถเก๋งตนพังยับเยิน ประตูหลังเปิดไม่ได้ หลังเกิดเหตุตนหยุดรถทันทีบริเวณช่วงกลับรถ จากนั้นมีรถของพลเมืองดีขับตามมาช่วยปิดท้ายรถกระบะไม่ให้หลบหนี โดยสภาพของคนขับรถกระบะเมาหนักมาก พูดจาไม่รู้เรื่องอะไรเลย โชคดีที่หลังเกิดเหตุเพียงไม่ถึง 10 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้รับแจ้งเหตุก็มาถึงและควบคุมตัวคนขับรถกระบะไปเป่าแอลกอฮอล์ที่โรงพักได้ถึง 202 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น

นายไชยภัทร กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีผู้เสียหายเป็นเจ้าของรถ 3 คัน คือ รถเก๋งสีดำในคลิป กับรถกระบะอีกคันที่อยู่ด้านหน้าและรถเก๋งของตน ซึ่งตนอยากฝากบอกคนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถว่า ถ้าเมาก็อย่ามาขับรถเลยมันทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสียหาย เสียเวลาไปด้วย และอาจเกิดเหตุร้ายแรงมากกว่านี้จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้ง 3 ข้อหาหนักกับนายนคร ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา ขับขี่รถโดยประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตราย แก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ขับรถประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย พร้อมกับอายัดรถกระบะของนายนครไว้เป็นของกลางเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดนนทบุรีต่อไปในวันที่ 4 ก.ค.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน