เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าชุดลุยคดีวิคตอเรีย ซีเครท แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีดังกล่าวว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม ให้นโยบายว่า ให้ดำเนินคดีเต็มที่ เป็นไปตามพยานหลักฐานตรงไปตรงมา ขณะนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอกำลังตรวจสอบสำนวน เอกสารและหลักฐานทั้งหมดที่ได้รับมอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า โดยจะตรวจสอบว่ามีการสอบปากคำพยาน ผู้ต้องหาครบถ้วนหรือไม่ และหลักฐานในการออกหมายจับผู้ต้องหานั้น สมบูรณ์ตามกระบวนการหรือไม่ เนื่องจากสำนวนคดีมีมากกว่า 3,500 แผ่น นอกจากนี้จะตรวจสอบข้อมูลที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวมาพิจารณาหากเป็นประโยชน์ ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องห และกลุ่มรายชื่อเจ้าหน้าที่ ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการแล้ว
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนการติดตามจับกุมตัวนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ อายุ 61 ปี และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ หรือธีระตระกูลวัฒนา อายุ 68 ปี ภรรยานายกำพล และผู้ต้องหารายอื่นๆ ดีเอสไอได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แต่ยังไม่พบว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศทางช่องทางปกติ
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบุกจับกุมวิคตอเรีย ซีเครท เช่น ฝ่ายปกครอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พนักงานอัยการ เป็นต้น เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในคณะพนักงานสอบสวนและจะประชุมหารือกัน หากมีอะไรคืบหน้าจะแถลงข่าวให้ทราบทันที
ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องประเด็นจะเชิญตัวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง และอดีตเจ้าของอาบอบนวดชื่อดัง มาเป็นพยานเพื่อข้อมูลกับเจ้าที่หรือไม่นั้น ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาว่า จะมีประโยชน์มากน้อยต่อคดีนี้เพียงใด
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่ดีเอสไอ นายชูวิทย์เดินทางมาพบพ.ต.อ.ไพสิฐ และพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ หลังทราบว่าจะมีการแถลงข่าวในเวลา 11.00 น. ก่อนนายชูวิทย์จะนำแทปเล็ตมาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดูภาพหลักฐานว่านายกำพลคือเจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท มาให้ดู บริเวณประตูทางเข้าอาคารดีเอสไอ
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนนำรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท มาให้ดีเอสไอ โดยเฉพาะหลักฐานรูปภาพที่แสดงว่านายกำพลเป็นเจ้าของตัวจริง ไม่ใช่น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ รูปพวกนี้เป็นรูปในอาบอบนวดวิคติเรียฯ จะเห็นภาพนายกำพล ภรรยาและลูกชายนั่งอยู่ และมีพนักงานกราบไหว้ หากคนไม่ใช่เจ้าของ พนักงานจะไหว้ขนาดนี้เหรอ
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า นายกำพลเป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ผิดก็ต้องยอมรับผิด ตนผิดยังยอมรับผิดเลย ที่ออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจและดีเอสไอเพราะนายกำพล ค้ามนุษย์ นำเด็กสาวอายุ 12-18 ปีมาค้าประเวณี เด็กอายุ 12 ปี ถ้าลบเครื่องสำอางออกมันก็หน้าตาเด็กๆ ตนเห็นแล้วคิดถึงลูกสาว ไม่น่าทำมาหากินแบบนี้ ถึงตนจะเคยทำอาบอบนวด แต่ทำเพราะตนเป็นคนชอบเที่ยว แต่ไม่เคยเอาเด็กสาวมาทำแบบนี้
“นายกำพลจะใช้วิธีเหมาเด็ก หรือตกเขียว โดยให้ปล่อยเงินกู้พ่อแม่เด็กที่อยู่ตามต่างจังหวัด และให้นำลูกสาวมาใช้หนี้คืน โดยไปรับตัวเด็กๆ ครั้งละหลายๆ คนแบบเหมายกเข่ง ลูกน้องนายกำพลชื่อป๋ากบ กับนายติ๊ก ตัวดีเลย เป็นเอเย่นต์เหมาเด็กมา โดยวางแผนจะเปลี่ยนให้นายติ๊กเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ไม่ทันโดนบุกทลายเสียก่อน” นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวว่า การทำแบบนี้เข้าข่ายองค์กรอาชญากรรม นายกำพล รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เยอะมาก เลยกลัวเรื่องจะเงียบจึงออกมาให้ข้อมูล ผู้ใหญ่ในบ้านเราที่เชียร์นายกำพลระวังตัวกันไว้นะครับ เพราะหนุนคนผิด อยากบอกว่านายกำพลหนีไปเถอะครับ หากไม่หนีถูกดำเนินคดียาวแน่

