ทนายวัด เผยศาลออกหมายจับ อดีตเหรัญญิกยุคพระชาตรี เซ็นเบิกเงิน 4.3 ล้าน ชี้วัดมีโอกาสได้เงินคืน คดีมีอายุ 20 ปี พบหลบหนีไปเมืองนอกตั้งแต่ปี 58

วันที่ 26 ก.ย.65 ที่วัดพุทธปัญญา ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี นายปัญญา จารุมาศ ทนายความของวัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดียักยอกเงินจากบัญชีวัดพุทธปัญญาเมื่อปี 2558 ว่า จากการไปขอคัดสำนวนที่ศาลจังหวัดนนทบุรี พบว่าคดียังอยู่ในการพิจารณาของศาล ซึ่งหลังจากยื่นฟ้องในปี 58 แล้ว มีการเรียกเบิกความจำเลยทั้ง 4 คนได้แก่ จำเลยที่ 1 พระชาตรี ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสขณะนั้น จำเลยที่ 2 เป็นพระลูกวัดรูปหนึ่ง จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการวัด และจำเลยที่ 4 เป็นหญิงที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเหรัญญิกของวัดในระหว่างที่พระชาตรีดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการเจ้าอาวาส

นายปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด พบมีการเบิกเงินจากบัญชีของวัด ภายในระยะเวลา 1 เดือนกว่า ไปจำนวน 4.3 ล้านบาท โดยเบิกครั้งละประมาณ 2-3 แสนบาทต่อครั้ง โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้เซ็นเบิกรับเงินเพียงคนเดียว และไม่ยอมเดินทางมาเบิกความในชั้นศาลเพียงคนเดียวด้วย ศาลจึงพิเคราะห์ออกหมายจับจำเลยที่ 4 เมื่อปี 60 จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมจำเลยที่ 4 ได้ เนื่องจากพบเบาะแสว่าผู้ต้องหารายนี้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว โดยเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2558

นายปัญญา เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของจำเลยที่ 4 แม้จะยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงพระชาตรี แต่พระชาตรีเบิกความต่อศาลไว้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงผู้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้ไปเบิกเงินเท่านั้น โดยให้เหตุผลต่อศาลว่ามีการอนุมัติให้ถอนเงิน เพื่อนำไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และค่าบำรุงกิจการของวัด นอกจากนั้นยังยื่นฟ้องจำเลยที่ 4 กับศาลแขวงนนทบุรี พร้อมเขียนจดหมายแถลงต่อศาลให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้นำเงินมาคืนด้วย โดยเงินจำนวน 4.3 ล้านบาทที่ถูกยักยอกไปนั้น ทางวัดยังมีโอกาสจะได้คืน เนื่องจากคดีนี้มีอายุความถึง 20 ปี เมื่อเกิดการฟ้องร้องในปี 60 หมายความว่าอายุความจะสิ้นสุดในปี 80 ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาตัวจำเลยคนที่ 4 ที่เป็นผู้เซ็นรับเงินไป ถึงจะรู้เส้นทางว่ามีการกระจายโยกย้ายเงินไปที่ใครบ้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน