แฟนคลับ ร้อง สายไหมต้องรอด ถูกเมีย-ลูก นักร้องลูกทุ่งดัง ตบจนสลบ คาดปมคล้องมาลัย-หอมแก้ม เผย แจ้งตำรวจคดีไม่คืบ แถมโดนขู่ซ้ำ ไม่ยอมความ เจอดีแน่!
วันที่ 11 มี.ค.2566 น.ส.ปภาวี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ได้นำคลิปหลักฐานและใบรับรองแพทย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกคู่กรณีที่อ้างว่าเป็นภรรยาและลูกชายของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ
น.ส.ปภาวี กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่ตนไปดูการแสดงที่บริเวณวัดรางหวาย ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยตนและกลุ่มเพื่อน ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวยงมานานกว่า 10 ปีแล้ว ตระเวนติดตามดูผลงานไปเกือบทุกที่ จนนักร้องจำตนได้ และตั้งฉายาให้ว่า “สาวหัวแดง”
น.ส.ปภาวี กล่าวต่อว่า ซึ่งวันเกิดเหตุ ตนก็ได้ไปซื้อมาลัยกับร้านคนที่อ้างว่าภรรยาของนักร้อง ซึ่งตั้งขายหน้าเวที จากนั้นก็ได้ไปคล้องมาลัยนักร้องชื่อดัง ส่วนด้านนักร้อง ก็ได้บอกว่า “กอดได้ หอมได้” ตนจึงได้โอบกอด หอมแก้มเบา ๆ และถ่ายรูปบนเวที ก่อนจะเดินลงจากเวที เหมือนปกติที่เคยทำ
น.ส.ปภาวี กล่าวอีกว่า จากนั้นก็มีหญิงที่อ้างว่าเป็นภรรยาและลูกชายของนักร้อง เดินมาหาเรื่องตนที่หน้าเวที ก่อนจะด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและเข้ามาตบที่บริเวณใบหน้าพร้อมกระชากผม ส่วนชายที่อ้างว่าเป็นลูก ก็ได้เข้ามาต่อยบริเวณกกหูและใบหน้า จนทำให้ตนสลบไม่รู้สึกตัวเลย ทราบว่าหลังจากนั้นไม่นาน ทางเพื่อนได้พยายามห้ามปรามจนโดนลูกหลง ขณะที่นักร้องบนเวที ก็ยังร้องเพลงต่อไป ไม่ได้สนใจอะไร ก่อนที่จะมีตำรวจเข้ามาระงับเหตุและปฐมพยาบาลจนรู้สึกตัว
น.ส.ปภาวี กล่าวว่า จากนั้นจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี แต่คดีความกลับไม่คืบหน้า พร้อมกับมีการข่มขู่กับชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจขอให้ยอมความ และย้ำว่า “ถ้าไม่ยอมความเจอดีแน่” ตนจึงมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมยืนยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นคดีทำร้ายร่างกาย
น.ส.ปภาวี กล่าวต่อว่า อีกทั้งที่ผ่านมาคู่กรณีผู้ก่อเหตุ ก็ไม่ได้ติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงตัวนักร้องลูกทุ่งที่เชื่อว่าเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่ม แต่กลับเมินเฉยไม่มีการห้ามปราม รวมทั้งระยะเวลาที่ผ่านมา ก็น่าเชื่อว่า จะรับรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่กลับไม่ขอโทษ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ประกาศว่า รักแฟนคลับทุกคน จึงทำให้ตนเสียความรู้สึกและจะเลิกติดตาม
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า ตอนนี้ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์เพียงฝ่ายเดียว จากนี้ก็จะต้องมีการประสานไปยังตำรวจเจ้าของคดี เพื่อให้เร่งติดตามตัวคู่กรณีไปสอบถามปากคำเพิ่มเติมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพื่อหาสาเหตุ
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีที่ไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งมีการข่มขู่ผู้เสียหายให้ยอมความ รวมทั้งคำพูดว่า “ถ้าไม่ยอมความจะเจอดีแน่” ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจที่จะมาพูดแบบนี้ ซึ่งเข้าข่ายกระทำความผิดข่มขู่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว ซึ่งจะต้องแจ้งความต่อไป
นายเอกภพ กล่าวด้วยว่า และมองว่าในกรณีนักร้องลูกทุ่งที่มีแฟนคลับขึ้นไปชื่นชมและขอถ่ายรูปบนเวทีถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเหตุการณ์นี้ก่อนแฟนคลับจะขึ้นเวทีก็มีประกาศให้ขึ้นได้ หากพาภรรยาและลูกไปก่อเหตุกับแฟนคลับมองว่าไม่ควร




