รอง ผบช.น.เรียกประชุมด่วนชุดปฏิบัติการ สยบสารวัตรคลั่ง หลังญาติคาใจเรียกร้องความเป็นธรรม จี้ตร.ตอบ 5 ข้อ ปมบุกจับกุม คาดโดนย้ายจนเครียดสะสม

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบช.น. จะเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี พ.ต.ท.กิตติกานต์ อายุ 51 ปีสังกัด ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล คลุ้มคลั่งยิงปืนออกมาจากบ้านพัก 2 ย่านเขตสายไหม พร้อมหัวหน้าชุดปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง (โดยเฉพาะชุดอรินทราช) ที่ ห้องประชุม สน.สายไหม

เนื่องจากญาติพี่น้องของสารวัตรกานต์ นำโดยนายลิขิต ให้สัมภาษณ์ว่า ทางครอบครัวจะขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่น้องชาย 5 ข้อ คือ

1.ให้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่บุกเข้าไปในบ้าน ชุดซุ่มยิง ชุดปิดล้อมรอบๆบริเวณบ้าน ว่าแต่ละคนใช้อาวุธปืนชนิดใด หมายเลขใด กระสุนมีกี่นัด เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปในตัวอาคารบ้านทั้งหมดมีใครบ้าง เจ้าหน้าที่อยู่ชั้นบนบ้านเป็นใคร เจ้าหน้าที่ที่อยู่ชั้นล่างเป็นใคร

2.อยากให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมสอบสวนในครั้งนี้

3.ให้สอบสวน ผบ.ตร. ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดบริหารการจับกุม ที่ตัดสินใจสั่งการบุกเข้าจับกุมครั้งนี้

4.ขอให้สอบสวนแล้วเสร็จภายใน 3 วันภายในวันที่ 22 มี.ค.66

5.ขอให้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดที่เข้าไปตรวจพิสูจน์อาคารเกิดเหตุเบื้องต้นว่า ตรวจยึดสิ่งใดบ้างอย่างไร

นายลิขิต กล่าวว่า สิ่งที่ครอบครัวยังคาใจคือเหตุใดผู้บังคับบัญชาไม่ใช้วิธีโดยละมุนละม่อม ด้วยการพาไปรักษา แต่กลับพากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธหนักจำนวนหลายรายเข้าไปปิดล้อมกดดัน ซึ่งวิธีนี้ทำให้เกิดความเครียดสะสมใช้คนปิดล้อมเป็น 100 เพื่อจะจับคนคนเดียว เป็นสิ่งที่ไม่น่ากระทำในยุคนี้ เพียงแค่รอเวลาให้เขาสงบสติอารมณ์ก็น่าจะคลายเครียดได้

ส่วนความเครียดที่เกิดขึ้น ญาติคิดว่าเป็นปัญหาความเครียดจากการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาน้องชายทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยก่อนหน้านี้น้องชายทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดและถูกโยกย้าย ในช่วงแรกเป็นช่วงปรับตัวเนื่องจากถูกโยกย้ายโดยไม่สมัครใจ แต่ต่อมาเจ้าตัวก็รู้สึกพอใจและทำงานด้วยดีมาโดยตลอด และอยากทำงานอยู่ที่เดิม

จนล่าสุดถูกสั่งย้ายโดยไม่ทันรู้มาก่อน ซึ่งแรกๆ เจ้าตัวก็รู้สึกพอใจ แต่ทราบลักษณะงานไม่เหมือนเก่าภายในองค์กรมีปัญหาหลายอย่างมีผลกระทบต่อจิตใจเพิ่มมากขึ้น จนเกิดความเครียดขึ้นมาได้ ไม่อยากไปทำงาน เป็นงานที่ไม่ถนัด จนเกิดความเครียด และการถูกย้ายในครั้งนี้เป็นการย้ายโดยไม่ได้สมัครใจ จึงขอให้ตรวจสอบให้ดีว่าตำแหน่งคนที่มาแทนที่เป็นคนของใครมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งตัวน้องชายทราบดีซึ่งจุดนี้คนนั้นก็ทราบดีและเกรงว่าเรื่องนี้จะถูกเพิกเฉย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน