ศาลอุทธรณ์ ไม่ให้ประกันตัว 6 ตำรวจปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เรียกรับเงิน ฮั้วประมูลสร้างเเฟลตตำรวจ ชี้คดีโทษสูง หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 33 ปี 4 เดือน
วันที่ 1 เม.ย.2566 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดอ่านคำสั่งในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาลอุทธรณ์ในคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตกลาง พิพากษาลงโทษจำคุก คดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ คณะกรรมการประกวดราคาจัดสร้างโครงการ กับพวก ประกอบด้วย พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ,
พล.ต.ต.สมาน สุดใจ, พ.ต.อ.ปัทเมฆ สุนทรานุยุตกิจ, พ.ต.อ.จิรวุฒิ จันทร์เพ็ง, พ.ต.ต.สิทธิไพบูลย์ คำนิล, พ.ต.ท.คมคริบ นุดาลัย, ด.ต.สายัณ อบเชย, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-9 คน เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำเเหน่งหน้าที่
โจทก์ฟ้องว่า จําเลยที่ 1-6 เป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการ ประกวดราคาจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รายการอาคารที่พักอาศัย (แฟลต) ขนาด 30 ครอบครัว สูง 5ชั้น จำนวน 163 หลัง วงเงิน 3,709,880,000บาท ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนาแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายและเอื้อประโยชน์แก่บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จำเลยที่ 9
โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 9 ให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญา โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ 7 เป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจการจ้าง ได้อาศัยโอกาสที่ตนมีอำนาจหน้าที่ เรียกรับเงินจากจําเลยที่ 9 จํานวน 60,000 บาท เพื่อช่วยเหลือจําเลยที 9 ด้วยการอ้านวยความสะดวก ในการดำเนินการก่อสร้างการตรวจการจ้าง การตั้งเรื่องเบิกจ่าย และการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการก่อสร้าง
โดยจําเลยที่ 9 ยินยอมจ่ายเงินให้แก่จําเลยที่ 7 เพื่อแลกกับการตอบแทนช่วยเหลือ ในการตรวจการจ้าง จำเลยที่ 8 เป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมงานได้อาศัยโอกาสที่ตน มีอำนาจหน้าที่เรียก รับทรัพย์สินจากจำเลยที่ 9 จำนวน 91,618,000 บาท
เพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 9 ด้วยการอำนวยความสะดวกในการดำเนินการก่อสร้าง การตรวจการจ้าง การตั้งเรื่องเบิกจ่าย และ การดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง โดยจําเลยที 9ยินยอมจ่ายเงินให้แก่จําเลยที่ 8 เพื่อแลกกับการตอบแทนช่วยเหลือดังกล่าว ขอให้ลงโทษจําเลยที่ 1-6 ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 151, 157
และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงาน ของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10,12 จำเลยที่ 7, 8 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157 จําเลยที่ 9 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,157,86 และ พรบ.ว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
โดยก่อนหน้านี้ศาลอนุญาตให้จำเลยที่7-8 ประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนจำเลยที่ 1-6 ซึ่งศาลจำคุกคนละ 33ปี4เดือน และปรับคนละ 2.6 เเสนบาท
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในวันนี้ว่าพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว จำเลยที่ 1-6 ถูกฟ้องว่าร่วมกับพวกกระทำความผิดในข้อหาที่มีอัตราโทษสูงพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 33 ปี 4 เดือน หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 1-6 จะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1-6 ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง