ปลัดกทม. ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง หัวหน้าฝ่ายรายได้เขตราชเทวี รีด 3.2 ล้าน แลกเลี่ยงภาษี 40 ล้าน ชี้ถ้าผลสอบผิดจริง มี 2 ทางเลือก ปลดออก-ไล่ออก

วันที่ 5 เม.ย.2566 ที่อาคารไอราวัตวัฒนา ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กรณีหัวหน้าฝ่ายรายได้ เขตราชเทวี เรียกรับผลประโยชน์ 3.2 ล้านบาท แลกกับไม่เสียภาษีโรงเรือน 40 ล้านบาท ว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยมีผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ที่ดูแลพื้นที่เขตราชเทวีเป็นประธานคณะกรรมการสอบฯ โดยมีการกำหนดกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย 120 วัน

ในวันนี้ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯกทม. ขอความเห็นชอบย้ายข้าราชการรายนี้ มาประจำที่สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อรอการสอบข้อเท็จจริง และภายในวันที่ 7 เม.ย. นี้จะลงนามคำสั่งพักราชการ จนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด

ระหว่างนี้เจ้าตัวจะไม่ได้รับเงินเดือน หากผลการสอบสวนออกมาแล้วไม่มีความผิดกลับไปปฎิบัติงานเช่นเดิม พร้อมได้รับเงินเดือน แต่หากมีความผิดจะลงโทษทางวินัย ซึ่งมีอยู่ 2 แนวทาง ได้แก่ ปลดออก กับ ไล่ออก

ส่วนคำกล่าวอ้างของข้าราชการคนดังกล่าวที่ระบุว่าจะต้องนำเงินไปแบ่งให้กับคณะกรรมการรายอื่นนั้น นายขจิต กล่าวว่า ต้องอยู่ในการสอบสวนของคณะกรรมการที่จะต้องสืบไปในประเด็นต่างๆ หากผลขยายไปถึงใครต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตามเรื่องการปราบปรามทุจริตเป็นหนึ่งในโยบายหลักของผู้ว่าฯกทม.ที่ต้องการให้กทม.มีความโปร่งใส ยุติธรรม แต่ที่ผ่านมาดูจากสถิติเรื่องทุจริตมีมาเรื่อยๆโดยผลสอบเมื่อเร็วนี้ มี 2 เคส คือ ฝ่ายโยธาเขต และข้าราชการครูและบุคลากรโรงเรียน กทม. ที่ถูกดำเนินการให้ออกจากราชการไปเรียบร้อยแล้ว

นายขจิต กล่าวด้วยว่า หากถามถึงช่องโหว่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ตนไม่แน่ใจ เพราะเป็นเรื่องของคนทั้งสองฝ่าย แต่ขณะนี้ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ได้ให้ปรับแก้ข้อกฎหมาย ระเบียบกรุงเทพมหานครทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องวิธีการติดต่อราชการ เพื่อให้รัดกุมยิ่งขึ้น ต่อไปหาก พ.ร.บ.อิเล็กทรอนิกส์ ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 7 ก.ย.นี้ คาดว่าเรื่องการทุจริตจะหมดไปมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน