เหยื่อ ‘หมวย บุษราคัม’ หลอกดาวน์รถ ร้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ โดนขู่ฆ่า ก่อนโทรหาขอไกล่เกลี่ย อ้างติดกำไล EM แต่พอถามหารถตีมึน บอกไม่รู้อยู่ไหน
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.66 ที่สโมสรตำรวจ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายจากกรณีถูก “หมวย บุษราคัม” หลอกให้ใช้ชื่อออกรถ และกรณีหลอกว่าจะช่วยขายเครื่องสำอาง เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อขอให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดี และเร่งออกหมายจับโดยเร็ว เนื่องจากมีการข่มขู่จ้างวานฆ่าผู้เสียหาย
นายเอกภพ เปิดเผยว่า วันนี้ตนพาผู้เสียหายมาพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เนื่องจากว่าผู้เสียหายไปแจ้งความแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่จับกุม
ล่าสุด ผู้ก่อเหตุยังคงพาผู้เสียหายไปติดต่อขอซื้อรถอีก ซึ่งเรื่องนี้ทราบจากเซลล์ของโชว์รูมรถแห่งหนึ่ง บอกว่าผู้หญิงคนดังกล่าวพาผู้ชายมาติดต่อขอซื้อรถอีกแล้ว และพยายามพลักดันให้อนุมัติรถให้ได้ ซึ่งเป้าหมายจะเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ 4 ประตู ลักษณะการก่อเหตุคือจะไปดาวน์ในราคาที่ต่ำที่สุด
เมื่อได้เล็กน้อยก็จะเอารถไปขาย แต่พอเจ้าของรถติดต่อไป ก็บอกว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เป็นภัยสังคม และเขามีเครือข่ายด้วยไม่ได้ก่อเหตุคนเดียว ตนก็อยากให้บิ๊กโจ๊กช่วยดำเนินการออกหมายจับ เพื่อไม่ให้ก่อเหตุได้อีก
ด้าน นายพิเชษฐ์ บูรณสรรค์ ผู้เสียหายโดนหลอกให้ซื้อรถ กล่าวว่า ตนรู้จักกับหมวยผ่านแอพพลิเคชัานหาคู่ จากนั้นก็แลกไลน์คุยกัน หลังคุยกันเพียงแค่ 4-5 วัน ใช้คำพูดหวานชวนให้เชื่อ ก่อนจะบอกว่ามีปัญหาเรื่องโอนบ้านกับแฟนเก่า และเริ่มเล่าให้ฟังว่าอยากได้รถกระบะ โตโยต้า รีโว่ 4 ประตู ไว้ทำมาหากินสัก 2 คัน และหลอกใช้ชื่อตน และเอกสารของตนในการออกรถ และหลังจากนั้นก็ติดต่อน.ส.หมวยไม่ได้อีกเลย
ด้าน น.ส.ศิริวรรณ ผู้เสียหายจากการโดนหลอกซื้อคลอลาเจน เปิดเผยว่า ตนสนิทกับหมวยมา 2 ปี ผ่านกลุ่มรถซิ่ง ซึ่งหมวยมาตีสนิทและไปกินเที่ยวด้วยกันตลอด ก่อนจะโดนหลอกโดยการมาบอกว่าจะช่วยขายของ โดยการสั่งของและรับของไปก่อน จ่ายมัดจำไว้ก่อนส่วนหนึ่ง แต่เมื่อได้ของไปแล้ว ไม่จ่ายส่วนที่เหลือ ซึ่งตนเสียหายไปกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมีบุคคลอ้างว่าเป็นน.ส.หมวยติดต่อไปที่เพจสายไหมต้องรอด บอกว่าให้ระงับการเข้าพบบิ๊กโจ๊ก เเละขอคุยกับผู้เสียหายเองก่อน ซึ่งถ้าจะเข้ามาพบทางเพจก็ยินดีพูดคุย
ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เพจสายไหมต้องรอดกำลังพาผู้เสียหายให้การกับพนักงานสอบสวน น.ส.หมวยผู้ต้องหาก็โทรศัพท์เข้ามา เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆ และขอเข้าภพนายเอกภพ เจ้าจองเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายทั้ง 10 ราย และยอมรับว่าขณะนี้ตนติดกำไล EM อยู่ และจะแต่งตั้งทนายเพื่อเจรจาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายเอกภพพยายามสอบถามเกี่ยวกับรถ ว่าขณะนี้รถของผู้เสียหายที่โดนหลอกไปอยู่ที่ใด น.ส.หมวยระบุว่าไม่รู้เรื่อง เเละไม่ทราบว่ารถอยู่ที่ไหน
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า กรณีเรื่องหลอกให้ดาวน์รถ วันนี้ตนมาเจอกับผู้เสียหายประมาณ 10 คน และคิดว่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้อีกเยอะ ซึ่งเรื่องของการดาวน์รถความจริงแล้วเป็นเรื่องของการฉ้อโกง และที่ทราบมาผู้ก่อเหตุทำมานาน แต่ยังไม่มีการจัดการดำเนินการ และเมื่อยังไม่จัดการ จึงทำให้มีผู้เสียหายมากขึ้น ซึ่งกรณีแบบนี้ ไม่ใช่กรณีที่สืบสวนยาก เป็นการโกงแบบง่ายๆ ที่มีผู้ร่วมกระบวนการ
สำหรับการดำเนินคดีต่อจากนี้ ตนก็จะไปสอบสวนผู้เสียหาย และรวบรวมพยานออกอนุมัติหมายจับ และดำเนินคดีต่อไป ซึ่งเมื่อดำเนินคดีแล้ว ต้องมาไล่ดูว่ากี่กรรมกี่วาระ และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
“ฝากถึงผู้เสียหายทุกท่าน ที่บางรายไม่ได้รับการอนุมัติในการสอบสวน ถ้าไม่มั่นใจ เรื่องการแจ้งความดำเนินคดี ให้มาหาที่ผมได้เลย จากกรณีที่ผ่านมาไม่มีการจับกุมตรงนี้ก็ต้องมาไล่ดูเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้ามีตำรวจ ทหาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายใดก็ตาม มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุรายนี้ที่ใส่กำไล EM ต้องไปได้ดูก่อนว่าคดีเก่าคือคดีอะไร และยังคงมากระทำความผิดอยู่ ก็ต้องมีมาตรการในส่วนนี้ว่า อาจจะต้องเพิกถอน ซึ่งระเบียบและกฎหมายมีอยู่แล้ว ตนคิดว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจ






