เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังช่วงเย็นว่า เวลา 18.15 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนที่ยังคงต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ได้ถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยประชาชนส่วนใหญ่พกร่มและเสื้อกันฝนติดตัวมาด้วย และพร้อมเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ให้กับผู้ที่อยู่ข้างๆ ที่เดินทางมาด้วยแรงศรัทธา เพื่อมาถวายสักการะพระบรมศพในวันนี้ ทั้งนี้เจ้าหน้าสำนักพระราชวัง นำร่มขนาดใหญ่มากางกันฝนให้กับประชาชนด้วย
ด้าน นางอรทัย นวลปาน อายุ 41 ปี ด.ญ.ชุติมา สืบเพ็ง และนางรุ่งทิพย์ ยานรัมย์ อายุ 41 ปี ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ตั้งแต่ตี 3 ของวันนี้ และเข้าสักการะพระบรมศพในเวลา 8 โมงเช้า เผยด้วยความรู้สึกตื้นตันใจที่ได้เห็นคนมากมายมีหัวใจเดียวกัน เดินทางมารอ อดทน เพื่อเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่างเนืองแน่น
ส่วน นางอรทัย เผยว่าพา ด.ญ.ชุติมา ลูกสาว เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 และเป็นตัวแทนของแม่ที่เป็นอัมพาต มาร่วมถวายสักการะพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย โดย กล่าวว่า “วันนี้มาในตัวแทนของแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต ขยับร่างกายไม่ได้ แต่แม่รับรู้ทุกอย่าง ฟังวิทยุก็ร้องไห้ ตอนโทรบอกแม่ว่าว่าเราได้เข้ามาสักการะในหลวงนะ แม่ก็ร้องไห้บอกว่าอยากมามากแต่ร่างกายไม่ไหว เลยบอกเเม่ว่าวันนี้เราจะไปอีกให้แม่นะ เขาก็ดีใจใหญ่ โดยตนจะกลับไปบอกแม่ว่าเรามาหาพระองค์ท่านแทนแม่แล้ว”
นางรุ่งทิพย์ เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน แม้จะมาในตอนที่ทรงเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ พร้อมกับอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง อยากมากราบขอบคุณพระองค์ที่ทรงไม่ละทิ้งประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ ทรงทำงานให้เราอยู่ดี กินดี มีความภาคภูมิใจที่เกิดในแผ่นดินไทย ตอนนี้คิดถึงพระองค์ท่านมาก จะพยายามนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ บอกเด็กๆ รุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ให้ลืมบุญคุณพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9


