‘ชัชชาติ’ เผยถ.วิภาวดี กรมทางหลวงดูแล สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกปชช. ติดไฟแจ้งเตือนจุดเสี่ยงน้ำท่วม เข้มจุดก่อสร้าง หวั่นรถตกคูน้ำซ้ำ
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.66 ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงเหตุการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯในช่วงที่ผ่านมาว่า ระบบการบริหารจัดการน้ำของสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. เป็นไปตามแผน แต่ยังขาดการดูแลประชาชน
จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ยังพบว่ารถยนต์ประชาชนเสีย มีประชาชนอยู่ระหว่างเดินทางกลับที่พัก ดังนั้นจึงกำชับทุกหน่วยงานให้ความเตรียมในการดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง ให้เตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ รวมถึงเครื่องจักร เพื่อการปฏิบัติงานรวมทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจ จัดรถรับส่งประชาชน กลับที่พัก
ส่วนกรณีอุบัติเหตุรถยนต์ตกคูน้ำ บน ถ.วิภาวดีรังสิต ซอย 28 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันฝนตกหนักนั้น ขอชี้แจงว่าถนนในกรุงเทพฯ หลายเส้นทางอยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง เช่น ถ.แจ้งวัฒนะ ถ.รามอินทรา ถ.สุวินทวงศ์ ถ.วิภาวดีรังสิต และ ถ.พระราม 2
ขณะที่ ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวง มีโครงการทำคูน้ำ ซึ่งเป็นโครงการที่ดี ช่วยให้การระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น และปรับทัศนียภาพให้ดียิ่งขึ้น แต่ในช่วงการก่อสร้างจะมีช่วงจังหวะที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งผลกระทบให้น้ำท่วม จึงอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าตรงไหนเป็นคูน้ำ ตรงไหนเป็นถนน เมื่อวานนี้จึงลงพื้นที่ไป ถ.วิภาวดี 28 บริเวณจุดที่เลี้ยวพบว่าไม่มีแบริเออร์เพื่อกั้นบอกแนวระหว่างคูน้ำกับพื้นถนน เมื่อน้ำท่วมเสมอกัน จึงสร้างความสับสนหาคูน้ำไม่เจอ
ดังนั้นจึงกำชับไปยังเจ้าหน้าที่ว่าให้ตรวจสอบทุกจุด ที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง เช่น ตั้งแต่เซ็นทรัลลาดพร้าวถึงดินแดงทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงสั่งการให้ติดไฟแจ้งเตือนผู้ใช้ถนนด้วย
อย่างไรก็ตาม การกองวัสดุมีส่วนทำให้เกิดปัญหา เพราะตอนน้ำไม่ท่วมยังพอมีทางให้น้ำระบายได้ แต่การกองวัสดุริมทางจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วมอาจชะเอาวัสดุลงไปในท่อได้ กทม.มีนโยบายไม่ให้กองวัสดุในพื้นที่สาธารณะ ต้องมีพื้นที่จัดเก็บต่างหาก ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมจนแยกไม่ออกว่าตรงไหนคือคู ตรงไหนคือถนน เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุรถตกคูเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา
ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม.ประสานกับกรมทางหลวง โดยได้รับปากว่าจะเข้มงวดกวดขัน ตรวจตราทุกโครงการก่อสร้างที่อยู่ในกทม.รวมถึงโครงการของกทม.เอง โดยผู้ว่ากทมฯสั่งการตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งกทม. จะเข้มงวดในการก่อสร้างให้เพิ่มมากขึ้น
ส่วนผลกระทบเรื่องการระบายน้ำนั้นมันพูดคุยกันมาตลอด เพราะระหว่างการก่อสร้างใช้เครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วย ซึ่งต้องดูการพยากรณ์อากาศควบคู่ไปด้วย และเปิดช่องน้ำให้น้ำไหลผ่านทางธรรมชาติ เพราะในพื้นที่ไหนที่มีน้ำขังหรือรอการระบาย จะพยายามเร่งพร่องน้ำให้ออกจากพื้นที่โดยเร็ว
ส่วนประเด็นทางด่วนพระราม 2 ที่เกิดรอยร้าวนั้น กทม.ต้องทำงานเชิงรุกควบคู่กับกรมทางหลวงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ขณะที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พื้นที่กรุงเทพฯ มีฝนตกปานกลางถึงหนัก ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดวัดคลองประเวศฯ – ร.พ.ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง 100 มม. รองลงมาที่ จุดวัดประตูระบายน้ำคลองบัว – ทางรถไฟ เขตตลิ่งชัน 76. มม. จุดวัดบึงหนองบอน เขตประเวศ 60.5 มม. และจุดวัดสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ เขตบางซื่อ 59.5 มม.
มีรายงานจุดเร่งระบายน้ำในถนนสายหลัก จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. ถนนพัฒนาการ บริเวณแยกศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง 2. ถนนประชาสงเคราะห์ ตลาดดินแดง – โรงบำบัดน้ำดินแดง เขตดินแดง 3. ถนนพัฒนาการ ปากซอยพัฒนาการ54 เขตสวนหลวง และ 4. ถนนพัฒนาการ ซอย พัฒนาการ 54 เขตสวนหลวง ปัจจุบันแห้งเป็นปกติ



