จับ ‘เบียร์ ดอนเมือง’ โจรใจหื่น ละเมิดด.ญ.13 ปิดล้อมบ้าน 3 ชั่วโมง ปีนแอบบนฝ้า ชาวบ้านรุมประณามเหยื่อฆ่าตัวตาย ปากแข็งบอกแค่โดนตัวนิดหน่อย
เมื่อวันที่ 30 ก.ค.66 พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ธิติ สงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.,
พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ, ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น, ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร, ร.ต.อ. มนตรี เฉลิมวัฒน์, ร.ต.อ.จิรศักดิ์ ว่องไว, ร.ต.อ. ชัยวิทย์ หาญญ์สุวรรณนทีวิทย์, ร.ต.ท. อนันตชัย สัจจพงษ์, ร.ต.ท. เดชาธร ชมศิริ, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุด PCT5, สืบนครบาล
และเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายพิเชษ หรือ “เบียร์ ดอนเมือง” อายุ 47 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ 226/2566 ลงวันที่ 24 ก.ค. 66 ข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตามโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู๋ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” โดยจับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านหลังหนึ่งใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากนายพิเชษ หรือ “เบียร์ ดอนเมือง” คบหากับหญิงสาวคนหนึ่ง โดยอยู่กินด้วยกันบ้านอยู่ใกล้กันกับบ้านของ “เหยื่อ” เด็กหญิงสาว ซึ่งอายุเพียง 13 ปี โดยนายพิเชษมักไปมาหาสู่และพบกันบ่อยครั้งกับเหยื่อหญิงสาวรายนี้ โดยผิวเผินนั้นก็ดูเป็นเพียงผู้ใหญ่กับเด็กหญิงสาวทั่วไป แต่ในทุกครั้งที่ นายพิเชษพบกับเหยื่อหญิงสาวรายนี้ นายพิเชษจะพยายามล่วงละเมิดทั้งทางกายและวาจา
กล่าวคือจะพยายามจับต้องร่างกาย ลูบขา ลูบหน้าอก หรือบางครั้งรุกรามไปถึงการล้วงอวัยวะเพศของหญิงสาวรายนี้อยู่ตลอดเวลา เมื่อสบโอกาสเหยื่อเด็กหญิงรายนี้ต้องทนทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมาก เพราะความสัมพันธ์ของผู้ล่วงละเมิดนั้นเป็นญาติใกล้ตัว ไม่สามารถจะบอกใครได้ อีกทั้งที่อยู่อาศัยยังใกล้กับบ้านของนายพิเชษจำใจต้องทนทุกข์ทรมานไม่ต่างจากนรก และด้วยวัยเพียง 13 ปี ทำให้เธอ “พยายามฆ่าตัวตาย” อยู่หลายครั้ง
เมื่อญาติของผู้เสียหายสังเกตถึงความผิดปกติจึงจูงมือเหยื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับในที่สุด ซึ่งเมื่อเจ้าตัวทราบ หลบหนีไปและยังพยายามที่จะไปดักพบกับเหยื่อหญิงสาวรายดังกล่าวอยู่ตลอด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับนายพิเชษในที่สุด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างพยายามระดมกำลังติดตามตัว นายพิเชษอยู่ตลอด เพราะเข้าใจถึงหัวอกของครอบครัวเหยื่อเป็นอย่างดี แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ แม้จะสืบทราบแล้วว่าอยู่ที่ใดแต่เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ ตัวนายพิเชษก็หายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สวนพริกไทย ประสานมายัง “สืบนครบาล” ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ พล.ต.ต.ธีรเดชนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบนครบาลพร้อม “นักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110” นักสืบรุ่นใหม่ลงพื้นที่ติดตามจากเบาะแส นานครั้งจะกลับมาหาแฟน ได้เฝ้าแฝงตัวในชุมชนใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา นายพิเชษกลับมาหาแฟนสาวในชุมชนอีกครั้ง ชุดสืบสวนนคคบาลนำกำลังเข้าไปปิดล้อมบริเวณดังกล่าว แต่เมื่อเคาะประตูเรียกปรากฏว่าภายในบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด และพยายามปิดไฟภายในบ้านหมด ทำเสมือนว่าไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน
จึงปิดล้อมพื้นที่เกลี้ยกล่อมนายพิเชษอยู่เป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง กระทั่งตัวแฟนของนายพิเชษ ยอมให้ผู้นำชุมชนเข้าตรวจสอบภายในบ้าน ปรากฏว่าผู้ต้องหาซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดานบ้านหลังดังกล่าว โดยขณะจับกุมเหล่าชาวบ้านในชุมชน ต่างให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ถึงวีรกรรมของนายพิเชษว่า มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กหญิงอีกหลายคน
จากการตรวจสอบพบประวัติต้องโทษคดีอาญา 3 คดี 1.วันที่ 10 ส.ค. 55 ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองฯ” พื้นที่ สภ.สามโคก 2.วันที่ 6 ก.พ. 56 ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” พื้นที่ สภ.สามโคก 3.วันที่ 25 เม.ย. 66 ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี” พื้นที่ สภ.สวนพริกไทย
จากการสอบสวนนายพิเชษ ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนไม่ได้มีอะไรกับเด็กคนนั้นเลย โดยเมื่อประมาณปลายเดือน เม.ย.66 ช่วงนั้นโรงเรียนปิดเทอม เด็กคนนั้นก็พักอยู่บ้านเดียวกับตน เพราะเกี่ยวข้องกันเป็นหลานของเมีย
วันนั้นประมาณ 10 โมง เด็กคนนั้นก็อยู่บ้านกันสองต่อสอง ตนก็ใช้ให้ช่วยยกพัดลมเข้ามาในห้องเพราะอากาศมันร้อน เด็กคนนั้นก็ช่วยตนยกพัดลมเข้ามาในห้อง ตอนนั้นตนก็แตะเนื้อต้องตัวเด็กคนนั้นไปนิดหน่อย แต่ไม่ได้ทำมิดีมิร้าย ก็มีแม่เลี้ยงของเด็กคนนั้นเข้ามาเห็น แล้วก็โวยวายว่าตนจะทำอะไรเด็กคนนั้น
ตนก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่แม่เลี้ยงก็ไม่เชื่อจะพาเด็กคนนั้นไปแจ้งความจับตน ตนก็บอกว่าอยากให้จบเรื่องโดยได้เสนอเงินให้จำนวน 15,000 บาท คุยกันไปคุยกันมาแม่เลี้ยงคนนั้นก็ไม่เอาแล้ว ก็พาเด็กคนนั้นไปแจ้งความ ตนจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่าแถวดอนเมือง เพื่อไม่ให้เรื่องมันบานปลาย แต่ตนก็ยังยืนยันว่าไม่ได้ทำมิดีมิร้ายต่อเด็กคนนั้น” นำตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านพล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบคนร้ายรายนี้เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีลักษณะของอาการ “ใคร่เด็ก” และยิ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเด็กหญิงรายใด ต้องถือว่าเด็กคนนั้นตกอยู่ในอันตราย ชุดสืบสวนสามารถจับกุมผู้ต้องหาถือว่า น้องสามารถใช้ชีวิตโดยปลอดภัย
จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนคนที่ที่บุตรหลานของท่านเคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ โปรดแจ้งเบาะแสมาที่เราทางเพจเฟซบุ๊ก สืบนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และแม้จะไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ สงสว่าง ผบช.น.





