ฮั้วประมูลมหาศาล โครงการรัฐกว่า 7 พันล้าน แฉบริษัทกำนันนก พิรุธเพียบ มีการข่มขู่
จากกรณีที่มีการตรวจสอบบริษัท 2 แห่ง คือ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด โดยมี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” เป็นกรรมการบริษัท อาจเข้าข่ายฮั้วประมูลโครงการของรัฐ ล่าสุด DSI เตรียมเรียก 65 บริษัทสอบปากคำ ในฐานะพยาน 18-20 ก.ย. หลังพบว่าเคยยื่นซื้อซองโครงการเดียวกับ กำนันนก แต่ไม่ร่วมประมูล e-bidding ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 13 ก.ย.66 ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ นางพิชญา ธารากรสันติ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ร่วมแถลงข่าวกรณีการสืบสวนเครือข่ายบริษัทของกำนันนกที่อาจเข้าข่ายฮั้วประมูลฯ
ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า จากการสืบสวนเครือข่ายของกำนันนก พบว่ากำนันนกมีธุรกิจในการรับงานของรัฐหลักๆ อยู่ 2 บริษัทคือ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ทั้งนี้จากการตรวจสอบทั้งหมด ทั้งกรมบัญชีกลาง ทั้ง DGA หรือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) พบว่าได้ประมูลงานโครงการของรัฐ ตั้งแต่ปี 2558-ปัจจุบัน กว่า 1,544 โครงการ มูลค่างบประมาณกว่า 7,500 ล้านบาท และมูลค่าทำสัญญาจริง 6,900 ล้านบาท 95% อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
โดย บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด มีโครงการมูลค่า 30 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 2 โครงการ ส่วน บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด มีโครงการมูลค่า 30 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 18 โครงการ โดยพบข้อพิรุธหลายอย่าง กรณีโครงการที่อาจเข้าข่ายฮั้วประมูลฯ นั้นมีอยู่ 2 โครงการ ได้แก่ การประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว – บรรจบทางหลวงหมาย 346 (ปีงบประมาณ 2564) และการประกวดราคาจ้างเหมาทำการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม – ต.ลำลูกบัว (ปีงบประมาณ 2560) แต่ไม่เข้าร่วมในขั้นตอนการประมูล e-bidding มูลค่างบประมาณรวม 350 ล้านบาท และ 300 ล้านบาท โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ทางกองได้รับเบาะแสมาจากประชาชนที่ซื้อซอง และขอไม่เปิดข้อมูลในส่วนนี้ และจะเริ่มสืบสวน 20 โครงการแรกก่อน และคาดว่าจะสามารถรับ เป็นคดีพิเศษได้ภายในสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโครงการไหนที่เข้าข่ายฮั้วประมูลฯ บ้างแล้วหรือไม่ ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้มีหนึ่งโครงการที่เข้าข่ายฮั้วประมูลชัดเจน นั่นคือโครงการของกรมทางหลวง ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 ที่ตั้งวงเงินงบประมาณไว้ที่ 300 ล้านบาท ราคากลางอยู่ที่ 290 ล้านบาท โดยราคาที่ประมูลนั้นอยู่ที่ 240 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำมาก หรือที่เรียกว่า ฟันราคา โดยโครงการดังกล่าวพบข้อพิรุธหลายอย่าง ทั้งผู้ที่ได้รับประมูลงานเป็นกลุ่มเดียวกัน และกลุ่มที่มาซื้อซองจำนวนมากนั้นก็เป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้รับเบาะแสจาก 1 ในผู้ที่ซื้อซองที่อาจจะได้รับผลประโยชน์ ทั้งนี้หากได้หลักฐานจะรีบแจ้งให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากำนันนกมีกลุ่มอื่นในการการซื้อซองหรือไม่อย่างไร ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ในการประมูลจะมีผู้จัดงบประมูลแตกแยกสาขาในแต่ละพื้นที่ โดยตัวของกำนันนกจะต้องมีลูกมืออย่างนายหน่อง ที่อาจจะใช้วิธีไปข่มขู่คุกคาม แต่นั้นเป็นวิธีสมัยโบราณ แต่ฮั้วในปัจจุบันซึ่งเปลี่ยนเป็นระบบ e-bidding โดยจะคีย์ชื่อทุกคนที่ซื้อซองเข้าไปในระบบ และจะมีการกำหนดวันที่จะไป e-bidding หรือการเสนอราคา และเข้าไปหยิบ bidding กัน ซึ่งอยู่ที่ไหนก็ได้ หมายความว่า เครือข่ายของกำนันนกอาจจะสามารถรับรู้ว่าใครไปซื้อซองบ้าง และเข้าไปบล็อกได้ ส่วนใช้วิธีการใดนั้นยังไม่ทราบ
ซึ่งในโครงการข้างต้นมีคนยื่น e-bidding 32 คน แต่มาร่วมจริงเพียงแค่ 3 คน โดยตนได้ออกหมายเรียกพยานรวม 65 บริษัท เพื่อให้ทยอยเข้าให้ข้อมูลชี้แจงในช่วงวันที่ 18-20 ก.ย. ซึ่งจะแบ่งเป็นวันละ 29 ราย โดยจะตรวจสอบทั้งหมด ทั้งความสัมพันธ์ เส้นทางการเงิน หรือถูกข่มขู่หรือไม่อย่างไร แต่เบื้องต้นมีการแจ้งเบาะแสเรื่องการถูกข่มขู่มาแล้ว และข้อมูลตรงกับฐานข้อมูลที่มี โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมาหลายราย ส่วนลักษณะการข่มขู่จะมาในเชิงการพูดขู่ทางโทรศัพท์ “อันนี้ของผู้ใหญ่ ขอ ขอ” ด้วยน้ำเสียงห้าวๆ แต่ยังไม่พบหลักฐาน ในขณะเดียวกันก็ยังไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหรือผู้ที่ซื้อซองว่าเคยถูกข่มขู่จากบริษัทของกำนันนก
ในขณะที่หน่วยงาน เจ้าหน้าที่รัฐที่มีชื่อปรากฏอยู่จะต้องมีการตรวจสอบ เพราะเข้าข่ายความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด แต่ในขณะนี้ยังไม่พอเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่าจากกรณีฮั้วประมูลนี้พบรายชื่อของหน่วยงานรัฐทั้งนั้น ทาง DSI ไม่เคยมีข้อมูลมาก่อน หรือเคยตรวจสอบไปแล้วอย่างไร ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า โดยปกติแล้วทาง DSI ได้มีการตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็น ประเด็นที่สังคมจับตามองเลยต้องเร่งทำให้เสร็จโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในรายชื่อบริษัทที่ซื้อซองนั้นมีบริษัทไหนที่เป็นบริษัททิพย์หรือไม่ ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนนี้กำลังเร่งตรวจสอบ คาดว่า 1-2 สัปดาห์ จะทราบ ส่วนที่พบรายชื่อหน่วยงานของตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะเป็นโรงเรียนนายร้อยทำถนน มูลค่าไม่สูงมาก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการที่กำนันนกได้รับการประมูลโครงการมูลค่าสูงหลายโครงการแบบนี้ มีผู้ใหญ่เอื้อประโยชน์หรือไม่ ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ต้องมีแบคอัพอยู่แล้งถึงได้ประมูลโครงการได้เยอะ และมูลค่าสูงขนาดนี้ โดยจะมีการตรวจสอบให้ครบโดยรอบ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวก็ยืนยันว่าจะไม่ละเว้น เพื่อล้มกระบวนการ และสาวให้ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนจะเป็นคนในพื้นที่หรือไม่ ต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงช่องโหว่ของการใช้ระบบ e-bidding ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ระบบนี้มีช่องโหว่ภายหลังจากเคยพบข้อมูลรั่วไหลออกไป แต่ภาครัฐก็พยายามแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าทางดีเอสไอกังวลเรื่องความปลอดภัยในการสอบสวนคดีนี้หรือไม่ ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่กลัว และไม่กังวล พร้อมกับยืนยันว่าจะทำให้เต็มที่ เพื่อคืนความยุติธรรม และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน