แรงงานไทยชุดที่ 7-8 รวม 482 คน ถึงไทยแล้ว เผยข้อมูลล่าสุดขอกลับไทย 8,160 คน ไม่ขอกลับ 111 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 17 ราย เสียชีวิต 30 บาดเจ็บ 16 ราย
เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 18 ต.ค. ที่ชั้น 2 ประตู 10 อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบให้นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน รับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลกลับถึงประเทศไทย 266 คน เดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 8951 โดยแรงงานไทยกลุ่มนี้ถือเป็นแรงงานชุดที่ 8
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 19.05 น. ได้รับแรงงานไทยชุดที่ 7 จำนวน 162 คน ที่เดินทางกลับมาด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY 085

นายเดชา กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลว่า จากรายงานของฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต กรุงเทลอาวีฟ พบว่า ล่าสุด มีแรงงานไทยได้ลงทะเบียนกรอกแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยกับทางสถานทูตแล้ว 8,271 คน ขอกลับประเทศไทย 8,160 คน ไม่ประสงค์กลับ 111 คน ถูกจับไปเป็นตัวประกัน 17 ราย เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 16 ราย (ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ 1 ราย)
สำหรับแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ และอยู่ในความคุ้มครอง เบื้องต้นมีสิทธิ์รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ กรณีประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากภัยสงคราม รายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพ ได้ 30,000 บาท หรือกรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ จะสงเคราะห์ 40,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพในต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท

นอกจากนี้ประเทศอิสราเอลยังมีสวัสดิการตามกฎหมาย (ประกันการทำงาน + นายจ้างจ่าย) กรณีบาดเจ็บ/ พิการตามการรับรองของแพทย์ แบ่งเป็น บาดเจ็บ 10 -19 % ได้รับเงินก้อนเดียว ประมาณ 1,440,000 บาท บาดเจ็บเกิน 20% ได้รับเงินเดือนทุกเดือน จนกว่าจะเสียชีวิต โดยประเมินจากความสูญเสีย กรณีเสียชีวิต ภรรยาและบุตร ได้รับเงินเดือนทุกเดือน จนกว่าภรรยาจะแต่งงานใหม่ และบุตรอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ (ภรรยาเป็นเงิน 34,560 บาทต่อเดือน /บุตร เป็นเงิน 5,760-11,520 บาทต่อเดือน)