ป.ป.ช. ฟัน อดีตผอ.-รองผอ. โรงเรียนวัดดัง เบิกจ่ายเงินมิชอบ เปิดปมสงสัย แจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย

วันที่ 21 ต.ค.2566 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยชี้มูลความผิด นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม

และ นางลัดดาวรรณ โควาเจริญธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม กับพวก กรณีนำเงินบริจาคจากผู้ปกครองในการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งปีการศึกษา 2551 ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และเบิกจ่ายเงินบริจาคจากกองทุนต่าง ๆ ของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม โดยมิชอบ

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากมีการประกาศรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการสอบเข้าม.1 ปีการศึกษา 2551 มีผู้ปกครองของนักเรียนที่สอบไม่ผ่านแต่ประสงค์จะให้บุตรหลานเข้าเรียน ติดต่อผ่านคณะครูและสมาคมผู้ปกครอง โดยแสดงความประสงค์ขอบริจาคเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม ปีการศึกษาที่ผ่าน ๆ มา จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการรับเด็กนักเรียนที่สอบไม่ผ่านเพิ่มเติม โดยมีฝ่ายบริหารของโรงเรียน ตัวแทนครู คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนจากสมาคมผู้ปกครองและครู ตัวแทนจากผู้ปกครองเครือข่าย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ซึ่งในระหว่างนั้นนายคงวุฒิล้มป่วยและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล-บ้านพัก จึงมอบหมายให้นางลัดดาวรรณ เป็นผู้รับผิดชอบการรับนักเรียนเพิ่มเติม ต่อมานางลัดดาวรรณได้รับเงินบริจาคจากผู้ปกครองของนักเรียนที่บริจาคเงินเข้าสถานศึกษา ถือเป็นเงินรายได้สถานศึกษา จะต้องออกใบเสร็จรับเงินตามแบบที่ทางราชการกำหนดให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง

เรื่องนี้มีผู้ปกครองนักเรียนบริจาคเงินให้แก่โรงเรียนเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนคนละ 30,000-50,000 บาท แต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงิน ต่อมาเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2551 นางลัดดาวรรณ ได้นำเงินที่ได้รับจากการบริจาคส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินจำนวนรวม 1,168,500 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่การเงินมีความสงสัย ว่ายอดเงินบริจาคที่ส่งมอบมีจำนวนน้อยกว่าปีการศึกษาก่อน ๆ เป็นจำนวนมาก และภายหลังจากที่มีผู้สอบถามเรื่องเงินบริจาคทั้งหมดนางลัดดาวรรณ จึงได้นำเงินบริจาคส่งมอบให้อีกครั้งจำนวน 1,200,000 บาท

เมื่อพิจารณาแล้วคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า การกระทำของนายคงวุฒิ ไม่มีมูลความผิดทางอาญาให้ข้อกล่าวหาตกไป ส่วนการกระทำของนางลัดดาวรรณ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง สำหรับความผิดตามมาตรา 157 ได้ขาดอายุความแล้วสิทธิการดำเนินคดีอาญาย่อมระงับ จึงให้ยุติการดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (6)

ส่วนข้อร้องเรียนกรณีการเบิกจ่ายเงินบริจาคจากบัญชีกองทุนต่างๆของโรงเรียนวัดสุทธิวรารามโดยมิชอบ 1.กรณีกล่าวหาเบิกถอนเงินจากบัญชีกองทุนหลวงพ่อสุทธิมงคลชัย ของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม จำนวน 1,493,550 บาท เพื่อจ่ายเป็นค่าทาสีอาคารของโรงเรียน โดยนายคงวุฒิมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เบิกเงินจากกองทุนให้นางลัดดาวรรณนำไปจ่ายค่าทาสีอาคาร อันเป็นการเบิกจ่ายผิดวัตถุประสงค์ของกองทุน นั้น คณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายคงวุฒิและนางลัดดาวรรณ ไม่มีมูลความผิดทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

และ 2.กรณีกล่าวหาเรื่องการเบิกถอนเงินจากบัญชีกองทุนพัฒนา 2546 ของโรงเรียนจำนวน 500,000 บาทเพื่อใช้จัดงานรับเสด็จ พระองค์เจ้าโสมสวลี ที่เสด็จเป็นองค์ประธานในการเปิดห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน วันที่ 28 สิงหาคม 2551 โดยมิชอบ ซึ่งนางลัดดาวรรณ เสนอให้นายคงวุฒิ อนุมัติเบิกค่าใช้จ่าย จำนวน 500,000 บาท ให้กับ นายศุภชัย มณีเลิศสมบัติ และนางพรนิชา แซ่โค้ว ทั้งที่การดำเนินงานเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนต้องจ่าย ให้แก่บุคคลดังกล่าว

ประกอบกับโรงเรียนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะครูในโรงเรียนเป็นคณะกรรมการฝ่ายต่างๆให้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงานรับเสด็จแล้ว อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเตรียมงานรับเสด็จสำนักพระราชวังเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายคงวุฒิ และนางลัดดาวรรณ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนการกระทำของนายศุภชัย และ นางพรนิชานั้นมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 สำหรับความผิดตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้วสิทธิการดำเนินคดีอาญาย่อมระงับ ให้ยุติการดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าว

และ 3.กรณีอนุมัติให้ดำเนินการจัดหารถบัสโรงเรียน โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าเงินงบประมาณของโรงเรียนไม่เพียงพอทำให้โรงเรียนมีภาระผูกพันธ์ค้างชำระค่ารถ โดยนางลัดดาวรรณเสนอให้นายคงวุฒิ อนุมัติเบิกเงินจากโครงการหลักสูตรเพชรสุทธิของโรงเรียนจำนวน 700,000 บาทเพื่อจ่ายเป็นค่าจัดหารถบัสโรงเรียน

อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของโครงการแต่เนื่องจากมีการโต้แย้งในเรื่องการตรวจรับรถจึงยังไม่ได้เบิกจ่ายเงินดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายคงวุฒิและนางลัดดาวรรณ ไม่มีมูลความผิดทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง

คณะกรรมการป.ป.ช. ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล และส่ง คำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและปรับปรามการทุจริตพ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1)(2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

พร้อมกันนี้ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ.2539 อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน