เผาแล้วหนุ่มแรงงานโคราช ดับที่อิสราเอล แม่อาลัยครั้งสุดท้าย บอกอย่าเกิดมาลำบากอีก ไม่ต้องห่วงภาระครอบครัวซึ่งหลังจากนี้ จะนำเงินเยียวยาดูแลครอบครัว
วันที่ 22 ต.ค.66 ที่วัดหนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา หน่วยงานราชการภายในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยชาวบ้านตำบลหนองยางกว่า 100 คน เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและประกอบพิธีฌาปนกิจศพนายพงศธร ขุนศรี แรงงานไทยชาวนครราชสีมา ที่ไปทำงานอยู่ที่อิสราเอลและเสียชีวิตจากเหตุสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส
ครอบครัวของนายพงษธร จัดพิธีทำบุญสวดมาติกาบังสุกุล พร้อมกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้นายพงษธรเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเวลา 12.30 น. จะนำร่างของนายพงษธรแห่รอบเมรุ 3 รอบ โดยมีนางสุรางคณา ขุนศรี เดินถือรูปนายพงษธรเดินนำหน้าขบวน พร้อมลูกชายที่ยังเหลืออีก 2 คน ซึ่งดูจากสีหน้านางสุรางคณาและลูกชายอีก 2 คนจะเห็นได้ว่ายังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของนายพงษธร
จากนั้นเวลา 13.30 น. นายสยาม สิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา เดินทางมาเป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล พร้อมเป็นประธานในการฌาปนกิจร่างของนายพงษธรโดยนางสุรางคณา ขุนศรี แม่ของนายพงษธร กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายสยาม อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานวางหน้าหีบศพนายพงษธร เมื่อวันที่ 21 ต.ค.66
พร้อมกล่าวอาลัย ต่อนายพงษธรเป็นครั้งสุดท้ายว่า ตนและครอบครัว ต่างสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ได้รับพระราชทานพวงมาลาครั้งนี้ ซึ่งตนและครอบครัว รวมถึงนายพงษธรที่เสียชีวิตไปแล้ว ต่างรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมาก ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อครอบครัวของตน หลังจากนั้นเวลา 14.00 น. ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพตามลำดับ โดยมีชาวบ้านทั้งในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และต่างอำเภอมาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
นางสุรางคณา แม่ของนายพงษธรฯ หนุ่มแรงงานผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะมีโอกาสได้อยู่กับลูกชาย ตนรู้สึกภูมิใจมาก ถึงแม้ลูกชายจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่กุศลผลบุญที่ลูกทำมาส่งผลทำให้ในวาระสุดท้าย ต่างมีคนมาร่วมแสดงความอาลัยกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่ทรงมีพระเมตตาพระราชทานพวงมาลามาให้
อยากขอให้วิญญาณของลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดี เกิดมาชาติหน้าขอให้เกิดมาอย่าได้พบกับความลำบากอีก และขออโหสิกรรมกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และไม่ต้องห่วงภาระครอบครัวซึ่งหลังจากนี้ จะนำเงินที่ได้จากการเยียวยาไปดูแลครอบครัวต่อไป