ราชทัณฑ์จ่อให้ 2 ผู้คุม เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ออกจากราชไว้ก่อน หลังถูกออกหมายจับเอี่ยว เสี่ยแป้ง หลบหนี
จากกรณีศาลออกหมายจับ 2 ผู้คุมราชทัณฑ์เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย นายวรินทร อายุ 41 ปี และนายเอกลักษณ์ อายุ 35 ปี รับหน้าที่ดูแลควบคุมนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง นาโหนด นักโทษชายรายสำคัญ ในคืนก่อเหตุหลบหนีจากการควบคุมตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา และขณะนี้นายเชาวลิต ยังอยู่ระหว่างหลบหนีกบดาน ตามที่เสนอข่าวต่อเนื่องนั้น
วันที่ 3 พ.ย. นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับการประสานว่ามีหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ต่อเจ้าพนักงานเรือนจำทั้ง 2 ราย เบื้องต้นได้เสนอให้นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนตามระเบียบ เนื่องจากถูกดำเนินคดีอาญา
หลังจากนี้การดำเนินอาญาจะเป็นหน้าที่ของตำรวจ และทราบว่าตำรวจได้แจ้งข้อหาแก่ผู้คุมราชทัณฑ์ทั้งคู่ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปล่อยให้ผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาลหลบหนีไปได้ แต่ยังไม่ได้มีพยานหลักฐานใดยืนยันได้ว่า ทั้งคู่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ วางแผนช่วยนายเชาวลิตหลบหนี ดังนั้น ตรงนี้จะเป็นหน้าที่ของเจ้าที่ตำรวจที่จะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง
โฆษกกรมราชทัณฑ์ ยังกล่าวด้วยว่า ตามระเบียบหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ (ผู้คุม) ที่มีหน้าที่เฝ้าผู้ต้องขังป่วย ซึ่งจะต้องเฝ้าอยู่ตลอดเวลา แต่อาจมีบางช่วงจังหวะที่ทั้งคู่ไม่อยู่ หรือลุกเดินไปที่อื่น จึงเป็นโอกาสให้ผู้ต้องขังใช้ช่วงเวลานั้นหลบหนี และคำให้การของทั้ง 2 ผู้คุม ให้การกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกรมราชทัณฑ์ได้ระบุว่า
ในช่วงที่นายเชาวลิตไขตรวนกุญแจข้อเท้า ทั้งคู่ลงมาที่ข้างล่างอาคาร เพราะปกติที่ด้านล่างโรงพยาบาลจะมีตู้คอนเทนเนอร์ของเรือนจำฯ สำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พักระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แต่ระหว่างนั้นก็ได้เดินขึ้นไปด้านบนห้องพักผู้ป่วยเพื่อไปตรวจเวรอย่างเป็นระยะ แต่ไม่ได้อยู่ข้างบนตลอด
ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ การเฝ้าผู้ต้องขัง ผู้คุมราชทัณฑ์จะต้องเฝ้าอยู่ตลอดเวลา ถึงผู้คุมคนหนึ่งไม่อยู่แต่อีกคนต้องอยู่ เพราะได้มีการกำหนดสัดส่วนว่าผู้คุมราชทัณฑ์ 2 รายต่อผู้ต้องขัง 1 ราย แต่ในทางปฏิบัติทั้งสองผู้คุมได้ปล่อยปละละเลย จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
นายสิทธิ ยังกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ ทั้ง 2 ผู้คุมยังให้คำยืนยัน ยืนกรานไม่มีส่วนช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ หรือร่วมวางแผนต่อการหลบหนีของนายเชาวลิต ซึ่งในเรื่องนี้คณะกรรมการฯ ยังไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะระบุเช่นนั้นได้ อีกทั้งเรื่องของภาพกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลก็อยู่ที่ตำรวจ
ดังนั้น คณะกรรมการฯ จึงทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนผลสรุปรายงานการสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ทราบว่าได้มีการนำเรียนไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนคำสั่งหลังจากนี้ก็จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีที่จะมีคำสั่งให้ทั้งคู่ออกจากราชการไว้ก่อน