ตะลึงแก๊งยิงครูเจี๊ยบ นำภาพเพื่อนถูกอริยิงดับ ติดประตูเซฟเฮ้าส์ อ้างสร้างความฮึกเหิม พบหลังก่อเหตุพยายามลบร่องรอยการติดตามเกือบทุกขั้นตอน
จากกรณี 2 คนร้ายก่อเหตุยิง นายธนสรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ น้องหยอด อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย ทำให้ น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือ ครูเจี๊ยบ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงเสียชีวิต ก่อนที่นายธนสรณ์จะเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้าช่วงเช้าวันที่ 22 พ.ย.66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.สั่งการพล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต วิทวัส ชินคำ ผบก.น.5 และตำรวจสืบนครบาล เปิดปฏิบัติการปิดเมืองล่ามือยิงครูเจี๊ยบ และน้องหยอด
จากการสืบสวนติดตามภาพกล้องวงจรปิดกว่า 1,000 ตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ซึ่งคนร้ายพยายามลบร่องรอยการติดตามเกือบทุกขั้นตอน อีกทั้งได้ลักแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ 2 แห่งในพื้นที่ สน.ดินแดง และสน.ประชาชื่น เพื่อใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน มีการทิ้งจุดเพื่อหลอกล่อให้ชุดสืบสวนเข้าใจผิด หรือหลงประเด็น และเปลี่ยนสีรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
พร้อมทั้งเปลี่ยนเครื่องแต่งกายทั้งหมด และมีคนร้ายอีกหลายคนช่วยเหลือก่อเหตุดังกล่าว พล.ต.ต.ธีรเดช จึงจัดทีมวิเคราะห์เส้นทางหลบหนี พร้อมนำแฟ้มข้อมูลแผนประทุษกรรมกลุ่มบุคคลในเครือข่ายก่อนหน้าเพื่อเชื่อมโยง พบลักษณะก่อเหตุของคนร้ายคล้ายคลึงกัน มีการแบ่งขั้นตอนวางแผนดูเส้นทางเข้าที่เกิดเหตุ เส้นทางหลบหนี ที่พักคอย จุดเปลี่ยน และตระเตรียมจุดลงมือ ถือว่าไม่ธรรมดา และคนเดียวทำไม่ได้ กระทั่งพบพยานหลักฐานยืนยันกลุ่มก่อเหตุเป็นกลุ่มคู่อริ มีผู้ร่วมขบวนการไม่ต่ำกว่า 5 คน สืบทราบแหล่งเซฟเฮ้าส์อีก 4 แห่งสำหรับทำกิจกรรม
ก่อนนำมาสู่การจับกุม 8 ผู้ต้องหา พร้อมของกลางรถยนต์และระเบิดปิงปอง เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ร่วมกันยิงปืน (ซึ่งใช้ดินระเบิด) โดยใช้เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน, ร่วมกัน สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด และร่วมกันสบคบกันตั้งแต่ 5 คน กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า “ผู้ต้องหาในคดีนี้พบมีความเชื่อมโยงกับคดีเก่าเมื่อช่วงต้นปี ที่ยิงปืนใส่นักเรียนต่างสถาบัน ที่สำคัญยังพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้เรียนหนังสือ หรือประกอบอาชีพ แต่มีแกนนำสร้างกลุ่มตามความเชื่อขึ้นมา และเช่าที่พักอาศัยร่วมกัน พร้อมหาแนวร่วมนักศึกษาสถาบันต่างๆ ออกมาอยู่ในโลกเสมือน ไม่ได้อยู่ในโลกความเป็นจริง เป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา มีการสร้างแรงฮึกเหิมปลุกใจในกลุ่มด้วยการนำรูปผู้เสียชีวิตต่างสถาบันมาติดไว้ในที่ซ่องสุมของกลุ่ม และจะถอดรูปแบบการก่อเหตุในแต่ละครั้งเพื่อพัฒนาการลงมือและการหลบหนี ที่ผ่านมายังได้สร้างสถานการณ์เพื่ออำพรางคดีลักษณะเดียวกันที่ย่านมีนบุรี”