จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี และนางรัตนาพร หรือเจ๊บ้าบิ่น สุภาทิพย์ แม่ค้าลอตเตอรี่ในข้อหาให้การเท็จกรณีหวย 30 ล้านบาท พร้อมคุมตัวสอบสวนที่กองปราบปรามตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ ก่อนตำรวจจะส่งฝากขังศาล และได้รับการประกันตัว เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากบ้านพักนายปรีชา ใคร่ครวญ ที่บ้านเลขที่ 143/22 ทุ่งนา ซ.5 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ภายหลังจากการครูปรีชา หายหน้าไปตั้งแต่ได้รับการประกันตัว ไม่ยอมออกมาพบสื่อ
ต่อมาเวลา 07.00 น. ครูปรีชาเดินออกมาจากบ้าน มาเปิดประตูรั้วบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยครูปรีชา กล่าวว่า ตนของดให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ เนื่องจากเลยเวลาที่จะให้สัมภาษณ์แล้ว
ทั้งนี้ ระหว่างครูปรีชาเดินมาเปิดประตูรั้วบ้าน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการต่อสู้คดีหลังได้รับการประกันตัว ว่าพร้อมสู้ต่อหรือไม่ ครูปรีชากล่าวสั้นๆ ว่า “ครับ” พร้อมยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว และกล่าวย้ำประโยคเดิมว่า ต่อไปนี้ของดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ต้องขอโทษด้วย ขอตัวไปสอนหนังสือที่โรงเรียน จากนั้นเดินขึ้นรถพร้อมยกมือไหว้และรับไหว้สื่อ ก่อนจะขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กจ 9885 กาญจนบุรี ออกไปทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันนี้ครูปรีชาออกจากบ้านไปโรงเรียนเร็วกว่าปกติ จากเดิมจะออกประมาณ 08.10 น. แต่วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่ 07.00 น. ทั้งนี้ หลังจากได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวพบครูปรีชาในเช้าวันนี้เป็นครั้งแรก ถึงแม้จะพยายามยิ้มให้นักข่าวเหมือนทุกๆ ครั้ง แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความวิตกกังวล
จากนั้นผู้สื่อข่าวติดตามไปที่โรงเรียนเทพมงคลรังษี ครูปรีชา ระบุว่า ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ใดๆ ได้ในโรงเรียน เพราะถูกผู้บริหารตำหนิมา ผู้สื่อข่าวจึงขอพูดคุยสอบถามถึงความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครูปรีชา จึงได้กล่าวว่า ตนเพิ่งกลับจากไปพักที่บ้านพี่ชายที่กทม. เมื่อช่วงเย็นวานนี้ เนื่องจากต้องการพักผ่อน และวันนี้ก็มาทำงานตามปกติ เนื่องจากมีงานต้องเคลียร์จำนวนมาก แต่ไม่ได้มีสอนหรือต้องคุมสอบ ที่สำคัญตนต้องทำรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผู้อำนวยการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้
ตนไม่ได้รู้สึกกังวลใจหรือเครียด การที่กองปราบฯนำตัวไป ตนมองว่าเหมือนเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมเท่านั้น และการที่ตำรวจออกหมายจับคาดว่าน่าจะเกิดจากข้อมูลที่ผิดพลาด หรือขาดข้อมูลในบางประเด็นที่ตนยังไม่ได้ให้การ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่สามารถออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ ตนไม่ได้ว่าอะไร
อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ได้มีอำนาจตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก ศาลเท่านั้นที่จะเป็นผู้วินิจฉัยตัดสิน ดังนั้นก็ขอต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป ส่วนที่สื่อเผยแพร่ข่าวว่าตนรับสารภาพนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และตนก็ไม่ขออธิบายหรือตอบคำถามใดๆ กับสื่ออีก เพราะยิ่งตนให้สัมภาษณ์ก็ยิ่งทำให้ได้รับผลกระทบ ดังนั้นก็ขออยู่เงียบๆ ไม่ให้สัมภาษณ์จะดีกว่า จากนั้นครูปรีชาขอตัวไปทำรายงานต่อ
