เผย เก๋งขาวชนแท็กซี่ ติดสติ๊กเกอร์ ‘สำนักงานอัยการสูงสุด’ พบจอดทิ้งซอยอินทามระ ตร.เตรียมแจ้งข้อหา โชเฟอร์แท็กซี่เล่านาทีพุ่งชน 5-6 ครั้ง
กรณีคลิปแชร์สนั่นในโลกออนไลน์ เหตุการณ์หน้าห้างดังแห่งหนึ่ง ย่านรัชดา ที่รถแท็กซี่ถูกรถเก๋งสีขาว เร่งเครื่องพุ่งชนแท็กซี่ ก่อนจะถอยอีกครั้ง และเร่งครื่องพุ่งชน พร้อมกับขับไปทันที จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากนั้น ล่าสุดตร.เตรียมตรวจร่างกาย คนขับเก๋งสีขาว และพบน้ำสีเหลืองทิ้งในรถ เตรียมตรวจหาแอลกอฮอล์ในร่างกาย รวมทั้งยึดรถของกลาง ที่จอดทิ้งในซอยมาตรวจสอบแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด โดยรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. เมื่อวันที่ 14 มกราคม หลังจากเกิดเหตุแล้ว ทางแท็กซี่นำรถไปจอดไว้ที่ สน.ห้วยขวาง สภาพรถพังยับ โดยเฉพาะช่วงท้ายรถ ประตูผู้โดยสารฝั่งซ้ายก็ถูกชนจนบุบ ด้านขวาก็ถูกชนเป็นแนวยาว เรียกว่าถูกชนรอบคัน
นายยงยุทธ คนขับแท็กซี่ เปิดเผยว่า เมื่อคืนขับรถแท็กซี่อยู่เลนขวาสุด บริเวณถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างโลตัสพระราม 9 ขณะนั้นกำลังจะเบี่ยงซ้ายเพื่อเข้ามารับผู้โดยสาร ปรากฏว่ามีเก๋งสีขาวที่ขับตามมาด้วยความเร็วสูง แล้วเสียบพุ่งชนรถของตนด้านขวา แล้วก็ขับหลบหนีไป พร้อมกับเฉี่ยวรถแท็กซี่อีกคันในบริเวณนั้นด้วย
นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า ตนขับรถตามไปจนทัน จากนั้นมีการปาดหน้า และจอดขวางเลนขวาสุดเพื่อให้รถเก๋งคันนี้หลบหนี แต่รถคันดังกล่าวถอยหลัง และขับพุ่งชนประมาณ 5-6 ครั้ง ก่อนที่จะขับหนี โดยเชื่อว่าคนขับรถสีขาว น่าจะเมาแล้วขับ มีเจตนาที่จะหลบหนี การชนครั้งนั้นทำให้ตนบาดเจ็บที่ข้อศอกขวาด้วย
วันเดียวกัน ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ภายในซอยอินทามระ 26 ว่า พบรถยนต์ต้องสงสัยปรากฏ ร่องรอยการถูกชนและมีคราบสีเขียว คล้ายรถแท็กซี่ติดอยู่ จอดอยู่บริเวณท้ายซอย แต่ไม่พบตัวคนขับหรือผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงประสานตำรวจ สน.ห้วยขวาง ให้เข้ามาตรวจสอบ พบว่าเป็นรถยนต์ โตโยต้า คราวน์ สีขาว ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานตรงกับรถเก๋งที่ขับพุ่งชนดะรถแท็กซี่ตามที่ปรากฏในคลิป จึงดำเนินการนำรถยกย้ายรถต้องสงสัยคันดังกล่าว ไปตรวจสอบรายละเอียดที่ สน.ห้วยขวาง ต่อไป
เบื้องต้น จากการสอบถามชาวบ้านภายในซอย ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า รถคันดังกล่าวไม่ใช่รถของคนภายในซอย โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ 4-5 ทุ่ม รถคันนี้ขับเข้ามาจอดกีดขวางบริเวณด้านท้ายของซอย ชาวบ้านจึงตะโกนถามว่า มาจอดตรงนี้ไม่ได้ เพราะขวางรถของคนอื่น
ปรากฏว่ามีชายหนุ่มไม่ทราบรูปพรรณสัณฐานที่แน่ชัด เพราะเนื่องจากตอนนั้นเป็นกลางคืน ลงมาจากรถแล้วบอกกับชาวบ้านว่า ขอจอดแป๊บเดียว ก่อนจะเดินออกไปสูบบุหรี่บริเวณปากซอยแล้วหายไปเลย โดยชาวบ้านไม่ได้กลิ่นสุรา เนื่องจากอยู่ระยะห่างจากคนขับรถพอสมควร พอชาวบ้านเห็นคลิปข่าวที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และโทรทัศน์ จึงเชื่อว่ารถยนต์คันนี้เป็นรถคันก่อเหตุ ชนแท็กซี่กลางถนนรัชดาภิเษก จึงแจ้งให้ตำรวจมาดำเนินการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสภาพรถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก บริเวณกันชนหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ถูกชนบุบจนไฟหน้าแตกพังทั้ง 2 ข้าง บริเวณรถฝั่งผู้โดยสารปรากฏเป็นรอยครูดยาว และกระจกมองข้างซ้ายเสียหาย โดยทุกร่องรอยความเสียหาย ปรากฏคราบสีเขียวของรถแท็กซี่ติดอยู่
นอกจากนี้ ยังพบว่าภายในรถคันก่อเหตุ มีกุญแจคารถไว้อยู่และพบซองกับขวดน้ำ 2 ขวด บรรจุของเหลวสีชาเหลืองเอาไว้บริเวณพักเท้าที่นั่งผู้โดยสารหน้า ซึ่งต้องนำให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปว่า ของเหลวดังกล่าวคืออะไร
ต่อมา พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า จากการสืบสวน เบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ มีคู่กรณีจำนวน 3 คัน เป็นแท็กซี่ 2 คัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเป็นรถที่ปรากฏในคลิป และรถยนต์สีขาว
วันก่อเหตุ พบว่าแท็กซี่เขียวเหลืองที่ปรากฏในคลิป ขับมุ่งหน้ามาจากแยกผังเมือง ก่อนเลี้ยวขวาแยกพระราม 9 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกและพยายามเบี่ยงซ้ายมารับผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าโลตัสพระราม 9 หรือฟอร์จูนทาวน์ ส่วนรถเก๋งคันก่อเหตุขับมุ่งหน้ามาจากดินแดง แล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกพระราม 9 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก ก่อนจะมาขับพุ่งชนรถแท็กซี่เขียวเหลืองคันดังกล่าว
จากนั้นรถเก๋งคันก่อเหตุ ขับมุ่งหน้าตรงไปยังแยกเทียมร่วมมิตร ซึ่งเฉี่ยวชนรถแท็กซี่อีก 1 คัน บริเวณด้านหน้าตึก RS ก่อนที่แท็กซี่เขียวเหลืองจะมาปาดหน้าดักสกัดได้ทันบริเวณด้านหน้า The Street แล้วก็เกิดเหตุการณ์ดังที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และโชคดีที่มีพลเมืองดีในพื้นที่บันทึกคลิปเอาไว้ได้
หลังเกิดเหตุ คนขับรถแท็กซี่ผู้ได้รับความเสียหาย เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นสามารถพิสูจน์ทราบรถคันก่อเหตุได้แล้วว่า ใครเป็นผู้ครอบครอง แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า ผู้ครอบครองรถกับคนขับในวันก่อเหตุ เป็นคนเดียวกันหรือไม่
ทั้งนี้ พบว่าผู้ครอบครองเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 ปี แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถมาให้ปากคำ ที่สถานีตำรวจและสั่งการชุดสืบสวนให้ติดตามตัวผู้ครอบครองรถคนดังกล่าวแล้ว
เบื้องต้น เตรียมแจ้งข้อหาผู้กระทำความผิดในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย, ข้อหาชนแล้วหนี, และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ส่วนจะแจ้งข้อหาเมาแล้วขับหรือไม่ ต้องรอให้ได้ตัวคนขับรถผู้ก่อเหตุก่อน ถึงจะนำมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และผู้ร่วมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ พบว่ารถเก๋งสีขาวคันดังกล่าว ติดสติ๊กเกอร์ “สำนักงานอัยการสูงสุด” อยู่หน้ากระจกรถด้วย
ที่มา มติชน





