ทนายไพศาล ร้องสอบอาจารย์ดัง ปมงานวิจัยจัดซื้อหน้ากากกันแก๊สพิษ 3.8 ล้าน จี้ป.ป.ช.เร่งสอบ หลังเวลาผ่านมานานกว่า 6 ปี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 มี.ค.67 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ เดินทางมาพร้อมกับนำเอกสารหลักฐานสำคัญ กรณีมีอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง ทำวิจัยหน้ากากป้องกันแก๊สพิษให้กองทัพ แต่กลับนำเอกสารรับรองมาตรฐานวัสดุผิดประเภทมายืนยันในผลงานวิจัยดังกล่าว ทำให้สูญเสียงบประมาณไป 3.8 ล้านบาท มาร้องทุกข์ให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยมีนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี รับเรื่องราวร้องทุกข์ดังกล่าว
นายธนกฤต เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากทนายไพศาลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหน้ากากกันแก๊สพิษ โดยมีการใช้ใบเซอร์ติฟิเคท หรือเอกสารรับรองมาตรฐานปลอมจากต่างประเทศ เพื่อทำการวิจัยดังกล่าวใช้งบประมาณ 3.8 ล้านบาท ขณะเดียวกันกองทัพได้มีการตรวจใบรับรองมาตรฐานหน้ากากแก๊สพิษปลอมผิดประเภท ทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ
ด้านทนายไพศาล กล่าวว่า กรณีที่เดินทางมาในวันนี้ เนื่องจากตนพบพยานหลักฐานใหม่ โดยรับแจ้งแหล่งข่าวว่า กองทัพบกมีการพัฒนาหน้ากากกันแก๊สพิษ เป็นยุทธภัณฑ์อาวุธให้กับทางกองทัพ จึงทำวิจัยกรณีดังกล่าวเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา โดยเกิดตั้งแต่สมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการช่วยเหลือชาวสวนยาง หลังราคายางตกต่ำ ด้วยการนำวัสดุจากยางพารามาจากการทำงานวิจัยทุกประเภทเกี่ยวกับยางพารา จึงนำโครงการพัฒนาวิจัยการนำหน้ากากกันแก๊สพิษ โดยทำบันทึกข้อตกลง (MOA) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีอาจารย์ชื่อดัง เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ประเด็นที่น่าสงสัยคือมีการใช้ใบเซอร์ติฟิเคทหรือเอกสารรับรองมาตรฐานปลอมจากสาธารณรัฐเช็ก มีการออกมาแถลงข่าวตั้งแต่ปี 61 แต่อาจารย์คนดังกล่าวยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง อ้างเอกสารปลอมและมีเจ้าหน้าที่เอาไปใส่
ทนายไพศาล กล่าวต่อว่า แต่ตนขอให้ตรวจสอบฐานะประชาชนคนหนึ่ง หลังจากนั้นกองทัพมีการแจ้งให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ตรวจสอบ โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนและส่งไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปัจจุบันล่วงเลยมากว่า 6 ปี มีการเรียกไต่สวนจากคณะกรรมการให้ชี้แจงหรือชี้มูลความผิดหรือไม่
“กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 3.8 ล้านบาท โดยงานวิจัยผ่านไป พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้ผลิตหน้ากากกันแก๊สพิษดังกล่าว 50,000 ชิ้น เป็นเงินอีก 150 ล้านบาทที่รออยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบพบว่างานวิจัยดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล จึงเดินทางมาที่ศูนย์ฯ ประสานให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดตรวจสอบกรณีดังกล่าว”ทนายไพศาลกล่าว
“งบประมาณดังกล่าวตั้งแต่ปี 61 ทางกองทัพทำบันทึกข้อตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปัจจุบันเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการทำโครงการพัฒนาการป้องกันสารพิษทางทหารงบวิจัย 3.8 ล้านบาท โดยส่งปิดเล่มวิจัยไปที่สกอ. และกองทัพ ทางกองทัพตรวจสอบพบว่า ใบเซอร์ติฟิเคทหรือเอกสารรับรองมาตรฐานปลอมจากสาธารณรัฐเช็ก เนื่องมาจากใบตอบรับจากสาธารณรัฐเช็กเป็นตัวจริง แต่เลขใบรับรองดังกล่าวที่มีการนำไปใส่ไว้ในงานวิจัยไม่ใช่หน้ากากกันพิษ แต่เป็นเลขใบรับรองมาตรฐานเสื้อกันรังสี โดยที่ใบรับรองระบุไว้เป็นหน้ากากกันพิษ จึงอยากถามอาจารย์คนนี้ว่า จำรายงานที่ทำการปิดเล่มได้หรือไม่ ทางกองทัพสั่งให้ส่ง 15 เล่ม และให้ทุนแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจากเล่มที่ส่งให้ทางสกอ. สุดท้ายขอตั้งคำถามที่อาจารย์คนนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้าเจ้าหน้าที่กระทำความผิด ทำไมไม่แจ้งความ ถ้าผ่านไปได้รับทุน 150 ล้าน และจะได้รับงบอีก 1,000 ล้านบาท ในการผลิตหน้ากากกันสารพิษดังกล่าว” ทนายไพศาลกล่าว
