เช็กลิสต์ หน่วยทหารถูกยุบ-ปรับโอน ภายในปี 70 ตั้งเป้าหั่นกำลังพล 700 อัตรา เผย หน่วยไหนยังรอด เล็งพิจารณาหน่วยกำลังรบ ทำสมุดปกขาวเป็นคัมภีร์เหล่าทัพ
วันที่ 21 มี.ค.2567 ที่กระทรวงกลาโหม นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า สภากลาโหมเห็นชอบข้อเสนอของคณะทำงานด้านการปฏิรูปกองทัพ ส่วนที่สำคัญคือการปรับลดกำลังพลในระยะแรก
ซึ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2568-2570 และปิดอัตราที่ไม่จำเป็น รวมทั้งอัตราที่เกษียณ รวมแล้วกว่า 700 อัตรา นอกจากนี้ มีการยุบรวมหรือควบรวมองค์กรหรือหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน รวมทั้งการยุบหน่วยงาน ส่งผลให้งบประมาณลดลง 34 ล้านกว่าบาท
ด้าน พล.ร.ต.ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า การปรับปรุงโครงสร้างหน่วยระยะเร่งด่วนในปีพ.ศ.2568-2570 นั้น มีเรื่องการปิดอัตราหลายหน่วย อัตราที่ว่างลงก็จะไม่บรรจุใหม่
ส่วนการควบรวมหน่วยมีทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เช่น สำนักงานประสานภารกิจทางทหาร กับ กอ.รมน. ซึ่งจะใช้ในงานปกติประสานงานได้ นอกจากนี้ ก็จะเป็นส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพอากาศ
จากนั้นจะมีการปรับปรุงโครงสร้างระยะยาวในระยะที่ 2 ซึ่งมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมามีหัวหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยจะพิจารณาการปรับหน่วยจากสภาวะแวดล้อม ภัยคุกคามที่กองทัพต้องเผชิญ ทั้งในภาวะสงคราม หรือภาวะปกติ
โดยดูว่า โครงสร้าง กำลังพล ต้องจัดวางอย่างไร ต้องมีการบรรจุข้าราชการกลาโหมในส่วนไหน ซึ่งกำลังพลก็จะลดลงตามแผนพัฒนากองทัพ อีกทั้งจะนำมาซึ่งการทำสมุดปกขาวเพื่อเป็นคัมภีร์ให้กองทัพนำไปเป็นแนวทางภาพดำเนินการเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียว สำหรับการยุบรวมหน่วยกำลังรบนั้นจะพิจารณาในเฟสที่ 2 ต่อไป
สำหรับการควบรวมหน่วยที่มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ได้แก่
หน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
- ควบรวมสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการกำลังพลสำรอง กับ กองการสัสดี กรมสรรพกำลังกลาโหม
- ปรับปรุงโครงสร้างกรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ให้สอดคล้องกับ
ศูนย์ไซเบอร์ทหาร และเพิ่มการตรวจรักษาด้านจิตเวช
- แปรสภาพสำนักงานอาเซียน สำนักนโยบายและแผนกลาโหม เป็น สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศและอาเซียน
กองบัญชาการกองทัพไทย
- แปรสภาพศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เป็น สำนักงานพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
- แปรสภาพศูนย์ไซเบอร์ทหาร เป็น หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร
กองทัพอากาศ
- จัดตั้ง สำนักจัดหายุทโธปกรณ์ กรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ และสำนักการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ โดยปรับเกลี่ยจาก สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
- เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
- ควบรวมศูนย์ไซเบอร์กองทัพอากาศ กับ กรมเทคโนโลยีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทหารอากาศ
- จัดตั้งศูนย์การฝึกกองทัพอากาศน้ำพอง
- โอนภารกิจการตรวจสอบมาตรฐานการบินของกรมจเรทหารอากาศ ให้ สำนักงานการบินกองทัพอากาศ
- ปรับโครงสร้างกรมช่างทหารอากาศ, กรมสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ และกรมสรรพาวุธทหารอากาศรองรับสหวิทยาการ
ทั้งนี้ การยุบหน่วยที่หมดความจำเป็น คือ สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์ประสานภารกิจทางทหาร สำนักนโยบายและแผนกลาโหม