ทสภ.แถลง สิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ ขณะผู้โดยสารกินข้าว แจงปมดับ 1 ราย พบโรคประจำตัว เจ็บวิกฤตอีก 7 ราย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 21 พ.ค. 2567 ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 ประตู 1 หน้าศูนย์ OCC สนามบินสุวรรณภูมิ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) แถลงกรณีเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 เส้นทางบินจากท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ ประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศสิงคโปร์ เผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ทำให้มีผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวนมากและเสียชีวิต

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตกหลุมอากาศ เครื่องบินอยู่ระหว่างน่านฟ้าประเทศไทย ทางสายการบินได้ประสานมายัง ทสภ. เพื่อลงจอดฉุกเฉิน เครื่องได้ลงจอดเวลา 15.50 น. ทสภ.ได้ปฏิบัติตามหน้าที่และตามแผนที่กำหนดเอาไว้ เบื้องต้นประสานกับนักบินทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า ทางฝ่ายแพทย์ของ ทสภ.จึงได้เข้าไปยังเครื่องบินและสำรวจ หลังจากนั้นพบว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต จากนั้นเจ้าหน้าที่ ทสภ.ได้ประสานนักบิน และมีการตกลงกันว่าเราจำเป็นต้องอพยพผู้โดยสารทันที โดยมีรถของการบินไทยเข้ามาเทียบรอ

สำหรับยอดผู้โดยสารที่บาดเจ็บขณะนี้ อาการวิกฤต 7 ราย และบาดเจ็บ 23 ราย มีลูกเรือ 1 ราย แยกเป็นผู้โดยสารที่บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ. 16 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอยู่บริเวณที่พักรอของผู้โดยสาร 14 ราย รวมเป็น 30 ราย

มีผู้เสียชีวิตยืนยัน 1 ราย เป็นชายอังกฤษ อายุ 73 ปี สาเหตุเบื้องต้นทราบว่าเป็นโรคหัวใจ แพทย์อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอาการบาดเจ็บวิกฤตที่เห็น ส่วนใหญ่คือศีรษะแตก ปวดบริเวณแขน กล้ามเนื้อ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม สั่งการเน้นย้ำให้ ทสภ. ดำเนินการให้ดีที่สุด ทั้งความปลอดภัยของผู้โดยสาร ขั้นตอนปฏิบัติรวดเร็วเป็นมาตรฐาน ฝ่ายแพทย์ที่เข้ามาต้องปฏิบัติอย่างดี ส่ง รพ.ให้ทันเวลา สำหรับรพ.ที่ส่งไปคือ สมิติเวช ศรีนครินทร์ และถูกส่งต่อไปในเครือของสมิติเวชด้วย

สาเหตุเกิดจากการตกหลุมอากาศแน่นอน ตนยืนยัน ส่วนการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุ ทางสำนักการบินพลเรือน จะเข้าพื้นที่ภายใน 1 ชม. และจะสอบสวนนักบินต่อไป

นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารจำนวนมากเกือบ 200 คน ที่พร้อมจะเดินทางไปยังสิงคโปร์ ทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดี กำลังรับประทานอาหารที่การบินไทยและการท่าอากาศยานฯ จัดเตรียมไว้ให้ สำหรับไฟลต์ที่จะมารับผู้โดยสารจะออกจากสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ ถึง ทสภ. ประมาณ 21.45 -22.00 น.

นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจตัวเครื่องบินยังสามารถทำการบินได้ ส่วนภายในเครื่องบินอยู่ในสภาพเละเทะ น่าจะเป็นเพราะตกสภาพอากาศค่อนข้างสูง ขณะเกิดเหตุคาดว่าอยู่ระหว่างการรับประทานอาหาร และกำลังจะถึงสิงคโปร์ ภายใน 2-3 ชม. จากการพูดคุยกับผู้โดยสารเกือบทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ ส่วนผู้เสียชีวิตยังไม่ทราบว่าคาดเข็มขัดหรือไม่ เนื่องจากภรรยาผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บและถูกส่งไป รพ.

นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ ทสภ. เป็นไฟลต์แรกที่มีการตกหลุมอากาศและมีผู้เสียชีวิต ทางสิงคโปร์แอร์ไลน์สได้ส่งเจ้าหน้าที่มาประมาณ 50 คน เพื่อมาดูแลผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดในประเทศไทย และดูแลผู้โดยสารที่พักรอเพื่อขึ้นเครื่องบินต่อไปยังสิงคโปร์ รวมถึงมีการตามไปดูแลผู้บาดเจ็บที่ รพ. ด้วย ส่วนการสอบสวนจะร่วมกันทั้งเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยและสิงคโปร์

นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับสภาพอากาศตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่าพื้นที่สุวรรณภูมิมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร แต่เครื่องบินยังขึ้นลงได้ตามปกติ สำหรับผู้เสียชีวิตจะถูกส่งร่างไปยังนิติเวช และพิสูจน์ทราบตามขั้นตอนของตำรวจ จากนั้นจะติดต่อสถานทูตตามขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน