ของเก่ายังไม่ทันซา! โรงพักภาษีเจริญวุ่นอีก เผยคำสั่งให้ รองสวป. 3 นาย ไปทำงานสอบสวน 6 วัน
จากกรณีสื่อออนไลน์ โพสต์ภาพแชทข้อความของกลุ่มไลน์ ศปก.น.2566 ซึ่งมีสมาชิกถึง 393 คน ว่านายตำรวจยศ “พ.ต.อ.” เขียนข้อความระบุเรียนถึง ผบช.น. ว่าตอนนี้มี พล.ต.ต.นายหนึ่ง บังคับให้ลงตู้ม้าในพื้นที่ ต่อมา ผกก.สน.ภาษีเจริญ ได้เข้าขอขมาต่อ ผบก.น.9 โดยให้เหตุผลว่าคืนดังกล่าว ขอสำนึกผิดที่ขาดวิจารณญาณ ประกอบกับมีความเครียด ความกดดันเรื่องงาน และได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดจากผู้ไม่หวังดีมาโจมตีผู้บังคับบัญชาให้ฟัง โดยที่ตัวเองไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีก่อน จึงโพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ไป แต่เมื่อฟื้นคืนสติแล้ว ก็รีบลบข้อความออกจากกลุ่มไลน์ทันที อ่านข่าว นายตำรวจ ส่งไลน์ร้อง พล.ต.ต. บังคับลงตู้ม้า อ้างเข้าใจผิด ขอขมาพล.ต.ต.
วันที่ 10 มิ.ย.67 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เปิดเผยว่า เรื่องนี้ตนได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ และพิจารณาว่ามีความผิดทางด้านวินัยหรือไม่ และรายงานผลให้ทราบโดยเร็วแล้ว เบื้องต้นทราบว่าวันที่พิมพ์ข้อความลงในกลุ่มไลน์มีอาการเมาจริง ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงขอให้รอจากคณะกรรมการก่อน
ขณะที่มีรายงานจากอดีตผู้บังคับบัญชาด้วยว่า จากการที่เคยได้สัมผัสนายตำรวจคนดังกล่าว พบว่าปฏิบัติหน้าที่ในเวลางานดี แต่หลังเลิกงานจะดื่มสุรา และมีหลายครั้งที่มีพฤติกรรมเหมือนกับกรณีนี้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หากอัดอั้นหรือถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิ ก็จะโพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ ในลักษณะตัดพ้อหรือต่อว่าผู้บังคับบัญชา ก่อนหน้านี้ขณะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาก็เคยเรียกเข้ามาพูดคุย แต่ด้วยเห็นว่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นน้องจึงสอนไม่ให้ทำพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอีก แต่ก็ยังมีเกิดขึ้นกับผู้บังคับบัญชาคนอื่นๆ เช่นกัน
มีรายงานว่า พล.ต.ท.ธิติ มีคำสั่งตั้งให้ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. เป็นประธานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน โดยให้รายงานผลให้ทราบภายใน 3 วัน แต่อยู่ระหว่างสรุปผลข้อมูลดังกล่าวเพื่อส่งให้ ผบช.น.พิจารณา
ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับกรณี พ.ต.อ.ไพโรจน์ ออกคำสั่งย้ายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในหน้างานอื่น ได้ออกคำสั่งหนังสือปฏิบัติราชการ สน.ภาษีเจริญ ให้รองสารวัตร 3 นาย สังกัดงานป้องกันปราบปราม สน.ภาษีเจริญ ไปช่วยงานสอบสวน เมื่อวันที่ 8 พ.ค.67 จากนั้นก็ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมในวันที่ 13 พ.ค.67 โดยที่นายตำรวจทั้ง 3 นาย ไม่มีคุณวุฒิงานสอบสวน เนื่องจากไม่ได้จบวุฒิการศึกษาปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ลักษณะเป็นการออกคำสั่งกลั่นแกล้งลูกน้องหรือไม่ เนื่องจาก ผกก.ไม่มีอำนาจในการดำเนินการดังกล่าว

