‘ลุงจรูญ’ อึ้งนายแผนเอี่ยวหวย30ล้าน ฝากเตือนสติทีมครูปรีชาหลังหลายคนแห่ถอนตัวพยาน

จากกรณีคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ออกหมายจับครูปรีชา และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ แจ้งข้อหา 4 ข้อหา โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวและดำเนินคดี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ตามมาตรา 157 ล่าสุดตร.ออกหมายเรียกนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เห็นร.ต.ท.จรูญก้มเก็บล็อตเตอรี่ มารับทราบข้อหาฐานร่วมกันการกระทำผิดกับครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ก่อนที่นายแผนพยานสำคัญเดินทางไปร้องต่ออธิบดีศาล เพื่อให้คุ้มครองพยานหลังจากโดนออกหมายจับ จนผบช.ก.ต้องออกมาโต้ว่าไม่เคยเจอกัน แจงไม่ขอหมายจับผบก.กาญจน์ เพราะเหตุเกิดจากความเชื่อ ไม่ใช่ทุจริต ด้านรองผบช.ก.เผย 15 มี.ค.นี้ จะเรียกนายแผนมารับทราบข้อหา โดยเจ๊พัชและเจ๊เกียวรุดให้การเพิ่ม ด้านตร.อยู่ระหว่างพิจารณา เข้าข่ายให้การเท็จหรือไม่ ปปป.ออกหมายเรียกครูกับเจ๊บ้าบิ่นและเจ๊พัชมารับทราบข้อหา สนับสนุนจนท.ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว พยาน”แผน”โอด ข้อหาให้การเท็จ ป.เค้น”เกียว-พัช” ปรีชา-2เจ๊โดนอีก

ลุงจรูญเปิดบ้านให้สัมภาษณ์สื่อยอมรับเห็นใจตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายท่านที่ต้องเสียเวลาลงมาติดตามคดีนี้ เพราะพฤติกรรมไม่ดีของผู้ใต้บังคับบัญชาบางคน พร้อมฝากเตือนถึงทีมพยานฝั่งครูปรีชาทำอะไรขอให้คิดดีๆ หลังทนายพยานบางส่วนเริ่มทยอยถอนตัว

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่บ้านพักของร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ เปิดบ้านให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมาติดตามความคืบหน้าของคดีผ่านทางสื่อต่างๆ และทราบข่าวที่ทนายความของครูปรีชา รวมถึงพยานบางส่วนเริ่มที่จะถอนตัวจากคดี ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่า น่าจะเป็นเพราะผู้ที่ขอถอนตัวแต่ละคน น่าที่จะเริ่มรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ โดยส่วนตัวตนพร้อมที่จะให้อภัยกับคนที่ออกมาเป็นพยานหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่หากคนไหนที่มีความผิดทางกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีไป


“อยากฝากไปถึงผู้ที่เป็นพยานหรือคิดจะมาเป็นพยานให้กับครูปรีชา ทั้งที่ไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์จริงว่า ขอให้คิดดีๆ เพราะเมื่อทำลงไปแล้วก็จะต้องรับให้ได้กับผลที่จะติดตามมา” ร.ต.ท.จรูญ กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีนายแผนออกมาให้ข่าวว่า ถูกตำรวจเปลี่ยนแปลงคำให้การณ์ว่าเป็นคนที่เห็นร.ต.ท.จรูญก้มเก็บล็อตเตอรี่ได้ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เห็นแต่อย่างใดนั้น ร.ต.ท.จรูญ กล่าวยอมรับว่า รู้สึกตกใจกับเรื่องนี้ เพราะไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ของทางธนาคารที่ตนใช้บริการเป็นประจำ ก็จะมีส่วนร่วมด้วย

ร.ต.ท.จรูญ กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกเห็นใจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ต้องมาเสียเวลาในการกำกับดูแลคดีนี้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานอย่างไม่ตรงไปตรงมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งหากปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา เรื่องแบบนี้ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ช่วยพิสูจน์และสืบหาข้อเท็จจริงมาอย่างเต็มที่ ทำให้ขณะนี้หลักฐานหลายอย่าง รวมถึงความจริงของคดีเริ่มที่จะปรากฏขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งทนายความและพยานฝั่งตรงข้ามหลายคนก็เริ่มออกมาประกาศถอนตัวจากคดีแล้ว ขณะที่เรื่องของกระแสข่าวที่จะกดดันให้มีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนั้น โดยส่วนตัวตนเองไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมที่จะให้อภัย แต่หากเป็นความผิดตามกฎหมายก็คงจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน