เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ขณะที่คนงานของบริษัท จีเทคคอนสตัคชันอีเทค จำกัด ที่มีนายเฉลา จตุรภรณ์ อายุ 56 ปี บ้านอยู่ที่ จ.ปทุมธานี และเพื่อนคนงานอีก 5 คน กำลังนำรถผสมปูนคอนกรีตมาส่งและอัดพื้นอยู่ท่ามกลางคนงานจำนวนหนึ่งกำลังทำงานอยู่บนพื้นที่หน้างาน ขณะกำลังอัดพื้นคอนกรีต ปรากฏว่า เกิดแรงสั่นสะเทือนทำให้ตัวโครงสร้างที่มีเหล็กที่ทำเป็นแบบ และกำลังเทพื้นรับน้ำหนักไม่ไหวพังโค่นลงมาทำให้คนงานได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คนและบาดเจ็บอีก 4 คน (เล็กน้อย 2 คน) ขณะที่คนงานอีกส่วนหนึ่งที่ทำงานอยู่ด้านหนึ่งยังไม่ทราบว่าได้รับบาดเจ็บอยู่หรือไม่

นายเฉลา เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ระหว่างที่ตนเองพร้อมเพื่อนนำรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน 61-5204 กรุงเทพมหานคร ที่บรรทุกคอนกรีตผสมเสร็จมาที่หน้างาน และกำลังทำงานอยู่นั้นได้เกิดเสียงดังครื้นลงมาอย่างดัง และนั่งร้านที่ทำอยู่ทรุดลงมาเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งเป็นอาคารที่ต่อเชื่อมกันระหว่างอาคารศูนย์โอท็อป จ.ตราดที่องค์การบริหารส่วน จ.ตราด กำลังดำเนินการก่อสร้างเชื่อมต่อกัน ทำให้คนงานที่อยู่หน้างานกว่า 10 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งถูกส่งไปทำการรักษาที่รพ.ตราดแล้วบางส่วน

ต่อมานายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจ.ตราด รับทราบข่าวจากนายฐิตินันท์ อุดมสุข หน.ปภ.ตราด เดินทางมายังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.ดเรศ กัลยา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราด เพื่อค้นหาคนงานที่อาจจะติดอยู่ใต้ซากหักพัง

สำหรับโครงการนี้เป็นการก่อสร้างสะพานขึ้นลงเชื่อมศูนย์แสดงสินค้าโอท็อปจ.ตราด กับอาคารห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจ.ตราด ที่มีความกว้าง 5 เมตร ยาว 216 เมตร พร้อมจุดกลับรถยนต์ที่มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,080 ตารางเมตร มีหจก.ตราด เมโทรโพรลิส เป็นผู้รับจ้าง เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 วงเงิน 13.96 ล้านบาท เวลา 180 วัน มีนายธีรทัศน์ แก้วปิยะสวัสดิ์ เป็นผู้ควบคุมงาน

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า ในเบี้องต้นได้รับรายงานว่า ระหว่างที่คนงานจำนวน 30 คนกำลังทำงานอยู่นั้น เกิดเหตุสะพานเชื่อมที่เป็นช่วงรอยต่อระหว่างอาคารโอท็อปจ.ตราดและอาคารห้องประชุมอบจ.ตราดที่กำลังก่อสร้างต่อเติมพังลงมา ทำให้คนงานที่กำลังทำงานอยู่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 15 คน และ 2-3 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำส่งโรงพยาบาล โดยเบี้ยงต้นยังไม่มีรายงานยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต

ผู้ว่าราชการจ.ตราด ยืนยันว่าได้ประสานงานให้ทางปภ.เขต 13 จ.จันทบุรีนำเครื่องจักรเข้ามาสนับสนุนในการค้นหาผู้ที่อาจจะได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ในซากอีกครั้ง แต่จากการที่หัวหน้าคนงานได้เช็ครายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดแล้ว 15 คน น่าจะเป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ในขณะนี้ ส่วนการประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยนั้นคงไม่ต้อง เพราะว่าเหตุการณ์ได้ยุติลงแล้ว เหลือเพียงการตรวจสอบต่อไป สำหรับสาเหตุที่แท้จริงยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้

สำหรับสะพานแห่งนี้ ทางอบจ.ตราดมุ่งหวังในเรื่องการใช้เป็นทางเชื่อมให้การเดินทางเข้าสถานที่ประชุมของอบจ.ตราด สะดวกสบายในการเดินทางเข้ามาของเดินทางมาทำงานหรือรถยนต์ของผู้เดินทางมาเป็นประธานการเปิดงานในการประชุมต่างๆของจ.ตราด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน