เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีปล้นร้านปืน วังบูรพา หมายเลขดำ อ.1690/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายซัน หรือซุน จุนเหวย อายุ 27 ปี, นายลี คุณ เปง อายุ 26 ปี, นายหม่า เกิง อายุ 34 ปี และนาย เซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจีน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บฯ, ร่วมปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 264, 265, 268, 288, 340, 371 ร่วมกันมีและใช้วิทยุโทรคมนาคมโดยไม่รับอนุญาต อันเป็นความผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 4, 6, 23
ตามฟ้องอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 27 พ.ค.59 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 1-3 มี.ค.59 เวลา 09.30 น. จำเลยทั้งสี่ ร่วมกับนาย วู ซิง จุน ที่เสียชีวิตไปแล้วร่วมกันทำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ปลอม และร่วมกันมีเครื่องรับและเครื่องส่งวิทยุคมนาคมยี่ห้อ แฮมเทค (HAMTAC) จำนวน 2 เครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วพวกจำเลยได้พกพาอาวุธมีดพับปลายแหลมยาว 8 นิ้ว จำนวน 3 เล่ม ติดตัวไปยัง ถ.อุณากรรณ, ถ.เจริญกรุง และภายในศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.
โดยจำเลยร่วมกันปล้นอาวุธปืนยาวลูกซองแฝด, ปืนลูกซอง, ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ, ปืนสั้นลูกโม่ และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์อีก 1 คัน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 16 รายการ รวมมูลค่า 3,836,000 บาท ของนายปกรณ์ แดงละหม้าย ผู้เสียหายที่ 1 ที่เป็นเจ้าของร้านขายอาวุธปืน “อินเตอร์อาร์ม” ที่ถ.เจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ โดยการปล้นทรัพย์จำเลยทั้งสี่ กับพวกที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้เช่ารถจักรยานยนต์ 2 คันจากร้านที่พัทยา จ.ชลบุรี นำมาใช้เป็นพาหนะในการกระทำผิด และยังได้ซื้อบีบีกัน ที่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนคล้ายปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติอีก 2 กระบอก มาใช้เพื่อข่มขู่และต่อสู้ขัดขวางด้วย พร้อมกับซื้อเครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมเพื่อนำมาใช้ติดต่อสื่อสารในการก่อเหตุด้วย เหตุเกิดที่ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.
จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล โดยอัยการโจทก์นำสืบพยานประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้ว
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าของร้านขายอาวุธปืน ผู้เสียหายที่ 1 และพนักงานประจำร้าน ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เบิกความสอดคล้องกันในรายละเอียดที่เกิดขึ้นตามวัน-เวลาว่า ขณะอยู่ในร้านมีคนร้าย 2 คนสวมหมวกไหมพรม สวมทับด้วยหมวกกันน็อก บุกเข้ามาในร้านแล้วใช้อาวุธมีดแทงเจ้าของร้าน ผู้เสียหายที่ 1 ที่บริเวณอก และด้านล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่พยายามดิ้นต่อสู้คนร้ายพยายามนำกุญแจมาล็อคมือ จากนั้น มีคนร้ายอีก 2 คนตามเข้ามาในร้าน ซึ่งพนักงานประจำร้าน ผู้เสียหายที่ 2 ก็ถูกคนร้ายใช้มีดแทงได้รับบาดเจ็บด้วย ระหว่างผู้เสียหายถูกจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนบีบีกันจ่อศีรษะบังคับอยู่ แต่สังเกตเห็นระหว่างการสไลด์ปืนว่าไม่มีลูก และเป็นปืนบีบีกัน จึงส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วคนร้ายถูกจับพยานก็สามารถชี้ตัวถูกว่าเป็นจำเลยที่ 1 และ ที่ 3
นอกจากนี้ โจทก์ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ช่วยยิงสกัดคนร้ายระหว่างหลบหนี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ.สวนรมณีนาถ ที่คนร้ายวิ่งหนีไป และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เบิกความสอดคล้องหลังมีการติดตามจับกุมคนร้ายว่าจำเลยที่ 2 ถอดเสื้อและหมวกทิ้งไว้ที่สวน ก่อนเข้าไปหลบที่บ้านไม่มีเลขที่บริเวณใกล้เคียง
ขณะเดียวกับยังมีผู้จัดการโรงแรม, ผู้ที่ขายอาวุธปืนบีบีกัน, ผู้ที่ขายวิทยุคมนาคม และผู้ที่ให้เช่ารถกับจำเลย ก็เบิกความสอดคล้องกัน โดยพยานโจทก์ทั้งหมดต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสี่มากก่อน จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 4 เป็นตัวการ สั่งการผ่านวิทยุคมนาคม ให้จำเลยที่ 2-4 ก่อเหตุโดยคดีนี้จำเลยทั้งสี่ ก็รับสารภาพและนำชี้จุดที่เกิดเหตุอีกด้วย
จึงพิพากษาว่า นายซัน หรือซุน จุนเหวย จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าอื่น, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกอาวุธไปในที่สาธารณะ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน รวม 5 ข้อหา
ส่วนนายลี คุณ เปง, นายหม่า เกิง และนายเซียง หยาง หรือเจิ้นหยาง จำเลยที่ 2-4 ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าอื่น, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพกอาวุธไปในที่สาธารณะ รวม 4 ข้อหา
จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก นายซัน หรือซุน จุนเหวย จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 33 ปี 28 เดือน และปรับ 3,000 บาท ส่วนนายลี คุณ เปง, นายหม่า เกิง และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง จำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกคนละ 33 ปี 22 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท ส่วนของกลางทั้งหมดให้ริบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษา ซึ่งมีล่ามแปลภาษาจีน แปลคำพิพากษาให้ฟังแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงคุมตัวทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำต่อไป โดยระหว่างการพิจารณาจำเลยทั้งสี่ไม่เคยได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด

