เปิดคำสารภาพ ทหารยศ ร.ต. บุกยิง พ.อ. สัสดีจังหวัด เสียชีวิตในห้องทำงานศาลากลางจังหวัด เล่านาทีเถียงกันรุนแรง ก่อนลั่นไกใส่สลด ตร.เร่งสอบปากคำอย่างละเอียด
วันที่ 17 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุอุกฉกรรจ์ภายในอาคารศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีเสียงอาวุธปืนดังขึ้นหลายนัดบริเวณชั้น 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานสัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งผลให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และประชาชนที่มาติดต่อราชการต่างพากันวิ่งหนีตายออกจากอาคารด้วยความตื่นตระหนก
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และนายสันติ จัตุพันธ์ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เปิดคำสารภาพ ทหารยศ ร.ต. บุกยิง พ.อ. สัสดีจังหวัด เสียชีวิตในห้องทำงานศาลากลางจังหวัด เล่านาทีเถียงกันรุนแรง ก่อนลั่นไกใส่สลด ตร.เร่งสอบปากคำอย่างละเอียด
พบร่างของ พ.อ.กรวิกานนท์ (ขอสงวนนามสกุล) สัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ อายุ 59 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องทำงาน จากการตรวจสอบพบร่องรอยการถูกยิงด้วยอาวุธปืนหลายนัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ชินกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี เจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ทันที
เปิดคำสารภาพ ร.ต. บุกยิง สัสดีจังหวัด เสียชีวิต
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชนวนเหตุความรุนแรงในครั้งนี้เกิดจากความขัดแย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โดย ร.ต.ชินกร ผู้ก่อเหตุ มีความไม่พอใจคำสั่งโยกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานสัสดีอำเภอกมลาไสย จึงได้เดินทางเข้ามาพบ พ.อ.กรวิกานนท์ ผู้บังคับบัญชา เพื่อพูดคุยและสอบถามถึงคำสั่งดังกล่าว
แต่ระหว่างการสนทนาเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงจนกระทั่งผู้ก่อเหตุบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาจนเสียชีวิตในที่สุด โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดทั้งพยานวัตถุและพยานแวดล้อมเพื่อสรุปสำนวนคดี
ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งสั่งการให้เร่งเยียวยาสภาพจิตใจของเจ้าหน้าที่ภายในศาลากลางที่อยู่ในเหตุการณ์เนื่องจากเป็นภาพ
เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำผู้ก่อเหตุโดยละเอียดอีกครั้งถึงแรงจูงใจที่แท้จริง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอาญาขั้นสูงสุดต่อไป
