เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่สนามหลวง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน พร้อมด้วยนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธุ์ รองผู้ว่าฯกทม. พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาค 1 และน.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. ร่วมแถลงข่าว ภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โดยในที่ประชุม ผู้แทนหน่วยงานได้รายงานผลการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำหรับด้านการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร เทศกิจ ตำรวจ อาสาสมัคร จิตอาสา ได้ปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ถึงแม้ประชาชนจะเดินทางกลับแล้ว ยังคงตรวจตราพื้นที่ท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเข้มงวดการคัดกรองประชาชนตามจุดคัดกรอง ด้านนอกและด้านในสนามหลวงจนถึงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ยังคงพบฝนตกในพื้นที่กทม. โดยเย็นวานนี้ ต่อเนื่องถึงเช้าวันนี้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่เขต บางแห่งมีปริมาณฝนตกมากกว่า 100 มม. ซึ่งถนนสายหลักสามารถระบายได้ดี เหลือเพียงน้ำขังบางส่วนในซอยเล็ก โดยผู้ว่าฯกทม. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มจากเดิมอีก 2 เท่า หากมีฝนตกให้เดินเครื่องทันที ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และในวันที่ 12-13 พ.ย. นี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และจะมีประชาชนมาร่วมถวายสักการะเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ผู้ที่จะเดินทางมาสนามหลวงใช้การเดินทางทางเรือเป็นหลัก ทั้งนี้ จะตั้งคณะทำงานเพื่อดูแล ทางด้านการจราจรในช่วงเวลาดังกล่าว ประกอบด้วย กองทัพภาค 1 กทม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหัวหน้าคณะการทำงาน
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า วันที่ 14 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลอยกระทง รัฐบาลมีนโยบายให้ประชาชนลอยกระทงตามประเพณีได้ตามปกติ แต่ให้เป็นรูปแบบการถวายความอาลัย งดงานรื่นเริง ไม่มีการแสดงหรือการประกวดใดๆทั้งสิ้น รวมถึงไม่มีการจำหน่ายและเล่นปะทัด ดอกไม้ไฟ พลุ ยี่เป็ง และโคมลอย ในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ใกล้เคียงท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สำหรับบริเวณท่าเรือท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่าเตียน ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับพระบรมมหาราชวัง กอร.รส.ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานงดจัดงานบริเวณดังกล่าว แต่ประชาชนยังสามารถใช้พื้นที่เพื่อลอยกระทงได้ตามปกติ นอกจากนี้ในวันที่ 11 พ.ย. กทม.จะมีพิธีปล่อยแถวขบวนรถดับเพลิงและกู้ภัย รถสายตรวจเทศกิจ รถหน่วยแพทย์กู้ชีวิต และตรวจสอบความปลอดภัยท่าเทียบเรือและโป๊ะ ในช่วงก่อนการจัดงานประเพณีลอยกระทง ณ บริเวณลานคนเมือง
นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเดือนพ.ย. เป็นช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายและระวังโรคไข้หวัดใหญ่ สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางมาถวายสักการะ ขอให้สังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ขอให้งดการเดินทางมาร่วมถวายความอาลัยจนกว่าจะหายสนิท และหากเดินทางมายังท้องสนามหลวงแล้วพบว่ามีอาการดังกล่าว ให้มาติดต่อที่เต็นท์หน่วยแพทย์ ซึ่งจะมีทีมแพทย์ดูแลและมีการแจกชุดป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล และแผ่นพับความรู้เรื่องไข้หวัดใหญ่ และขอให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยทันที นอกจากนี้ ยังจัดแอลกอฮอล์เจลไว้ในห้องน้ำสาธารณะทุกแห่ง และขอให้ประชาชนล้างมือบ่อยๆเพื่อสุขอนามัยที่ดีของตนเอง ทั้งนี้ ในพื้นที่ท้องสนามหลวงยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่จนถึงขั้นวิกฤตแต่อย่างใด
ต่อมาเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรจำนวนมากจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เดินทางมาต่อคิวเพื่อรอเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยปลายแถวอยู่บริเวณทางเข้าจุดตรวจค้นฝั่งตรงข้ามศาลฏีกา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ คอยตรวจตรารอบพื้นที่อย่างเข้มงวด
ขณะที่การรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รด. และอาสากู้ภัย ยังตั้งจุดคัดกรองตามประตูทางเข้ารอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง 8 จุด เพื่อตรวจกระเป๋าของบุคคลที่มาในพื้นที่อย่างเข้มงวดพร้อมตรวจบัตรประชาชน รวมทั้งหนังสือเดินทางผู้ที่จะเข้ามาภายในบริเวณโดยพระบรมมหาราชวังด้วย
ในส่วนสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เจ้าหน้าที่นำเต็นท์มาตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นจุดพักคอยระหว่างต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่มีประชาชนมาร่วมถวายความอาลัยเป็นจำนวนมาก พร้อมกับจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของรัฐบาล
ด้าน นายสมใจ อ่อนภิรมย์ หัวหน้าชุดควบคุมแถว ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ที่มาจัดระเบียบแถวและดูแลความเรียบร้อยประชาชน ที่เข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพ กล่าวว่า ตนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่คืนวันที่ 13 ต.ค. ที่ศิริราช จนถึงวันนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ทหาร และเทศกิจ ที่มาช่วยงานร่วมกันจัดระเบียบให้ประชาชนเข้าแถว เพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้มีการแทรกคิว
นายสมใจ กล่าวต่อว่า ตนต้องมาก่อนประชาชนที่มารอเข้าแถวเข้าพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ 23.00 น. เพื่อบอกประชาชนว่าต้องทำอย่างไร ปฏิบัติตัวแบบไหนและเข้าคิวอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการแทรกคิวและไม่เสียเวลารอ เพราะบางคนมาจากต่างจังหวัดตั้งแต่ 03.00-04.00 น. และอยู่จนถึงประชาชนเข้าแถวพระบรมมหาราชวังเป็นชุดสุดท้าย ประมาณ 21.00-22.00 น. ของทุกวัน ส่วนตัวได้นอนบ้าง เมื่อกลับถึงที่พักก็นอน 3-4 ชม. บางครั้งอาศัยช่วงเวลาว่าง นอนพักในรถ
นายสมใจ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เจอ คือเรื่องเครื่องแต่งกาย บางครั้งยังโดนอ้างเสมอเรื่องเพศที่ 3 อยากให้เข้าใจระเบียบการเข้าด้านในพระบรมมหาราชวัง ผู้หญิงที่มีนางหรือนางสาวนำหน้า ต้องสวมกระโปรง หรือผ้าถุงเท่านั้น ส่วนผู้ชายกางเกงยีนก็ไม่สมควรใส่ ต้องแต่งกายให้เรียบร้อย และปัญหาอื่นๆมีบ้าง เช่น เรื่องการรัดคิว แทรกคิวกัน บางครั้งอยากให้ลูกพ่อหลวงมีจิตสำนึก พ่อสอนไว้เสมอว่า ไม่ให้เอาเปรียบคนอื่น มาก็ต้องเข้าแถวรอ ให้ระลึกเสมอว่า ถ้าเรามาก่อนและโดนแทรกคิว มันจะเสียความรู้สึก อยากให้มาเป็นระเบียบแต่งตัวมาให้พร้อม เจ้าหน้าที่เราพร้อมบริการเสมอ
“แง่ดีของการได้มาทำงานนี้ ผมเชื่ออย่างหนึ่ง คือผมมาดูแลลูกให้พ่อ ลูกๆทุกคนมีพ่อคนเดียวกัน ผมภูมิใจเสมอที่ได้เป็นตัวแทนหนึ่งในเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่มีทั่วประเทศมาช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดแถว บริการอาหาร เครื่องดื่ม และบริการตอบคำถามต่างๆ ผมคิดว่าผมภูมิใจแล้ว อย่างน้อยผมก็คนๆหนึ่งที่ได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน” นายสมใจ กล่าวอย่างภูมิใจ
หัวหน้าชุดควบคุมแถว มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง กล่าวถึงประชาชนที่จะมาร่วมแสดงความอาลัยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อฟังเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ตนรู้สึกดีและประทับใจ สุดท้ายอยากให้ทุกคนพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ทำตามระเบียบ และแนะนำให้มาวันธรรมดา เพราะวันเสาร์-อาทิตย์ คนเยอะมาก




