ผบช.สพฐ.นำทีมตรวจสอบไฟไหม้เยาวราช ยังไม่ชัดสาเหตุ ด้านวิศวกรเร่งตรวสอบโครงสร้างอาคารก่อนให้ประชาชนเข้าพื้นที่
วันที่ 7 ก.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณไฟไหม้ภายในชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนเยาวราช เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้มีประชาชนบางส่วนเดินทางมาเพื่อที่จะรอเข้าไปดูทรัพย์สินภายในบ้านของตนเอง
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร โฆษกสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจสน.พลับพลาไชย 2 เดินทางเข้าตรวจสอบความเสียหาย
โดยที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ยังคงมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ลากสายฉีดน้ำ เข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากด้านในมีหลายจุด ที่ยังมีเพลิงคลุกกรุ่นขึ้นมาในลักษณะควันสีขาว บ้านเรือนในชุมชนปลูกสร้างลักษณะเป็นปูนกึ่งไม้ มีทางเข้าออกเพียง 2 ทาง โดยรอบถูกล้อมด้วยโรงแรม และตึกสูง ซึ่งชุมชนนี้มีเนื้อที่ประมาณ 1.8 ไร่ มีผู้อยู่อาศัยอยู่ประมาณ 63 หลังคาเรือน บ้านเรือนที่เสียหายจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ประมาณ 60-70%
ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 90% เป็นผู้เช่าอีก 10% เป็นเจ้าของบ้าน มีพี่น้องประชาชนซึ่งมีบ้านและอาศัยอยู่ใน ชุมชนดังกล่าว พยายามขอเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจทรัพย์สิน ความเสียหายภายในบ้าน เนื่องจากบางคนเป็นผู้สูงอายุ และมีทรัพย์สินที่เอาไว้ใช้ในยามบั้นปลายชีวิตแต่กลับถูก เพลิงเผาไหม้ไปในครั้งนี้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมกับให้ข้อมูลทางกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมการช่วยผู้ที่ประสบภัยไว้ในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนแรกคือ คนในชุมชนซึ่งเป็นส่วนใหญ่ผู้เช่า ทำให้หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้หลายคนไม่มีที่พักอาศัยจึงได้มีการเตรียมที่พักไว้รองรับจำนวน 3 ที่ คือ 1.โรงเรียนวัดไตรมิตร 2. วัด วัดสัมพันธวงศ์ฯ หรือวัดเกาะ และ 3.วัดชนะสงครามหรือวัดตึก
- อ่าน เปิดภาพความเสียหาย ไฟไหม้เยาวราช ชุมชนตรอกโพธิ์ กทม.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
- อ่าน เผยจุดต้นเพลิง ไฟไหม้เยาวราช ลามตึกข้างเคียง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดค้างทุกชั้น
- อ่าน พบคนติดในอาคารสูง ใกล้จุดไฟไหม้เยาวราช จนท.นำรถกระเช้าช่วยลงมาได้ 1 คน
- อ่าน เพลิงไหม้เยาวราช อาสาสมัครฯถูกไฟดูด 1 สำลักควัน 1 ยังควบคุมเพลิงไม่ได้
ส่วนผู้ประสบภัยกลุ่มที่ 2 คือเป็นตึกด้านหน้าพวกโรงแรม และร้านอาหาร ซึ่งไฟลามเข้าไปในตัวอาคาร และผู้ประสบภัยส่วนที่ 3 คือจุดที่อยู่โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ซึ่งมีมีผู้สูงอายุอยู่เยอะ เมื่อคืนมีควันเข้าไปจำนวนมากจึงทำให้ต้องย้ายคนไข้ออกจากโรงพยาบาล จำนวน 26 ท่าน ย้ายไปอยู่ที่วัดไตรมิตร แต่เมื่อเพลิงสงบก็มีการย้ายคนไข้กลับมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ยังเหลือผู้ป่วยอีก 1 ท่านอยู่ห้อง ICU ย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งเยียวยายอกจากการหาที่พักชั่วคราว ที่วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในจุด ที่ให้ผู้ประสบภัย เข้าไปพักอาศัยชั่วคราว
โดยสถานที่ทางวัดจัดไว้ให้นั้นค่อนข้างมีความสะดวกสบาย มีการจัดเตียงพักมีลักษณะเป็นเตียงยาง พร้อมที่นอนและผ้าห่มไว้รองรับ ภายในห้องมีเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศด้านในไม่ร้อน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้นำอาหารมาแจกให้กับผู้ประสบภัยทั้ง 3 จุดพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย
ดร.ธเนศ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ในเรื่องของโครงสร้างอาคารมีความเสียหายใน 2 ส่วน คือส่วนที่1 โครงสร้างที่เป็นไม้มีการถูกเผาไหม้เกือบหมด ลักษณะ ไม้มีความอุ้มน้ำจึงค่อนข้างเป็นอันตรายหากเข้าไปในพื้นที่
ส่วนที่2 คือโครงสร้าง ที่เป็นอาคารปูน จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีการหลุดลอกของแผ่นผนัง ความแตกร้าวยังเห็นไม่ชัดเจนคานยังไม่ได้มีความแอ่นหรือความโปร่งพอง จึงอาจจะต้องมีการประเมินซ้ำอีกครั้งอย่างละเอียด เนื่องจากตัวอาคารค่อนข้างมีอายุมากแล้ว แต่ในเบื้องต้นขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้เข้าพื้นที่




