เมื่อเวลา เวลา 09.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดกิจกรรม “เลิกเหล้าตลอดชีวิต…ทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน” โดยมีนายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ อดีตข้าราชการวัยเกษียณ และอดีตนักดื่ม 70 คนร่วมกล่าวปฏิญาณตนเลิกเหล้าตลอดชีวิต มุ่งมั่นทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน จากนั้นร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการนำตัวแทนอดีตนักดื่ม 70 คน จากกรุงเทพและปริมณฑล ที่ตัดสินใจเลิกเหล้าตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นคนหัวใจเพชร ตั้งใจทำความดี น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทุกคนต่างพร้อมใจกันปรับเปลี่ยนตัวเองและถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี โดยส่วนหนึ่งในวันนี้เป็นผู้ที่เข้าร่วมงดเหล้าครบพรรษาในปีนี้ด้วย

เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า น้ำเมาเป็นอบายมุขที่ทำลายสุขภาพ ทำลายคุณภาพชีวิต เป็นต้นเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2557 พบว่า คนไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปมีจำนวน 54.8 ล้านคน ดื่มเหล้า 17.7 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 4 เท่า และเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ช่วงเวลานี้ต้องถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่คนไทยทุกคนต้องการทำความดีตามที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนไว้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับการลดละเลิกเหล้า จะเกิดผลดีทั้งกับตนเอง ครอบครัว และสังคม และครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะร่วมกันทำสิ่งดีๆ ด้วยการงดเหล้าตลอดชีวิตซึ่งเป็นการปฏิบัติบูชาที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่าเป็นบุญกุศลอย่างสูง และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงของเรา สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะงดเหล้าตลอดชีวิตสามารถไปลงชื่อได้ที่เฟสบุ๊ค”เลิกเหล้าตลอดชีวิต ทำความดีถวายพ่อของแผ่นดิน”

img_1172
นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ อายุ 72 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี อดีตข้าราชการวัยเกษียณที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเลิกเหล้าเลิกอบายมุขเดินตามคำสอนพ่อของแผ่นดิน กล่าวว่า ตนเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ10 ปี มีอาชีพรับจ้างแบกหามทั่วไป พอเลิกงานก็ตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อน ชีวิตช่วงวัยรุ่นเกเร ดื่มเหล้าเมาก็ไปมีเรื่องชกต่อย ทะเลาะวิวาทเป็นประจำ กระทั่งย้ายมาทำงานเป็นพนักงานขับรถยนต์ที่ศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต7 ราชบุรี ชีวิตเปลี่ยนไปเพราะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองทุลีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างใกล้ชิด คือเมื่อ 45 ปีที่แล้ว พระองค์เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐินที่วัดเขาวัง อ.เมืองราชบุรี จึงได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพร้อมกับถวายพวงมาลัยดอกไม้สด พระองค์รับสั่งขอบใจและรับสั่งไม่ให้ใช้คำราชาศัพท์ให้พูดธรรมดา

 

พระองค์ตรัสถามถึงงานที่ทำ อายุ การศึกษา ตนจึงได้กราบบังคมทูลว่า “ผมอายุ 27 ปี ทำหน้าที่พนักงานขับรถ เรียนจบชั้นป.4” และตรัสถามถึงความเป็นอยู่จากนั้นพระองค์รับสั่งว่า “จงหาทางศึกษาต่อเพื่อจะได้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน” ตนน้อมรับสั่งพร้อมก้มกราบที่พระบาท ขณะเดียวกันสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รับสั่งว่า“รับสั่งพระองค์ท่านไปแล้วต้องนำไปปฏิบัตินะ” และต่อมาปี2515 ได้เข้าเฝ้ารับเสด็จพระองค์ที่วัดดอยตูม ทรงตรัสถามอีกว่า “ไปเรียนแล้วหรือยัง ขอให้มีความพยายาม มันจะมีอุปสรรคเพราะเราอายุเยอะแล้ว แต่ถ้าพยายามเราจะผ่านไปได้ มีอุปสรรคอะไรให้บอก” จังหวะนั้นตนน้ำตาไหลด้วยความปลื้มปิติ

“จากแต่ก่อนเป็นคนไม่เอาไหน ดื่มเหล้าสูบบุหรี่เล่นการพนัน เรียกได้ว่าครบเครื่องเลยทีเดียวพระองค์เหมือนมาชุบชีวิตใหม่ให้ ผมเลิกอบายมุขทุกอย่างหันมามุ่งมั่นด้านการศึกษา ผมได้น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเริ่มเรียนโรงเรียนผู้ใหญ่(กศน.)และเรียนต่อจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นไปสอบชิงทุน ใช้เวลาด้านการศึกษากว่า 25 ปีเต็ม จากพนักงานขับรถยนต์ความรู้ชั้นป.4 และมุ่งมั่นจนได้เป็นข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ประจำจังหวัดราชบุรี ด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ด้วย” นายศรีวิชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน