นิติเวช ตร. ตั้งจุดรับแจ้งข้อมูลผู้สูญหาย เหตุรถบัสไฟไหม้ พิสูจน์อัตลักษณ์ ระบุตัวตนผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ขอให้เป็นญาติสายตรงของผู้เสียชีวิตที่เป็นพ่อและแม่มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพราะจะทำให้การยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตง่ายขึ้น

วันที่ 1 ต.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ของเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเพลิงไหม้ ระหว่างเดินทางกลับจากทัศนศึกษา มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เพื่อทยอยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรถบัสคันดังกล่าว เบื้องต้นจากการตรวจสอบ มีผู้สูญหายรวมทั้งสิ้น 23 คน เป็นนักเรียน 20 คน และครู 3 คน โดยรายชื่อมีดังนี้

นักเรียนชั้น ป.1 ด.ช.ธีระพงศ์, ด.ญ.ปฏิณญา, ด.ญ.อัจฉรา,
นักเรียนชั้น ป.3 ด.ช.ณัฐพงศ์, ด.ช.พัสกร, ด.ช.พีรภัทร, ด.ช.องอาจ, ด.ช.อาชวิน, ด.ญ.ฐิติพา
นักเรียนชั้น ป.4 ด.ช.ชาคริต, ด.ช.ณฐพัชร์, ด.ช.ธนกฤต, ด.ช.บวรศักดิ์, ด.ช.ฤตธวัช
นักเรียนชั้น ม.2 ด.ช.สิริณัฎฐ์, ด.ช.กฤษดา,
นักเรียนชั้น ม.3 ด.ญ.ปาณรินทร์, ด.ญ.พิมพ์ชนก, ด.ญ.สุนิสา, ด.ช.พิรฉัตร
ส่วนครูได้แก่ น.ส.พิมพ์ทอง สมบัติ, น.ส.สรัญญา หอมเกษร, น.ส.กนกวรรณ ศรีพร

ขณะเดียวกันที่ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ทีมแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ได้ตั้งศูนย์จุดรับแจ้งคนหาย เพื่อตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล และให้ทางญาติผู้เสียชิตมาติดต่อ โดยทางเจ้าหน้าที่ขอให้เป็นญาติสายตรงของผู้เสียชีวิตที่เป็นพ่อและแม่มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพราะจะทำให้การยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตง่ายขึ้น

นิติเวช ตร. ตั้งจุดรับแจ้งข้อมูลผู้สูญหาย เหตุรถบัสไฟไหม้ พิสูจน์อัตลักษณ์ ระบุตัวตนผู้เสียชีวิต

นิติเวช ตร. ตั้งจุดรับแจ้งข้อมูลผู้สูญหาย เหตุรถบัสไฟไหม้ พิสูจน์อัตลักษณ์ ระบุตัวตนผู้เสียชีวิต

 

พล.ต.ต.วาที เปิดเผยว่า สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต หน้าอนุสรณ์สถาน จ.ปทุมธานี ว่าขณะนี้สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้แล้ว 5 ราย แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้

เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียม ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างทยอยค้นหาเพื่อนำร่างออกจากรถคันดังกล่าวซึ่งยังไม่สามารถสรุปจำนวนที่ชัดเจนได้ โดยร่างที่นำออกจากรถได้แล้ว ก็จะทยอยนำส่งมาที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ส่วนการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องรอให้พนักงานสอบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุก่อน โดยเฉพาะต้องนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้ได้ก่อน จากนั้นพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ก็จะเข้าไปทำการตรวจ สภาพรถ และการติดตั้งระบบเชื้อเพลิง เพื่อนำมาประกอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.กล่าวว่าสำหรับขั้นตอนการผ่าพิสูจน์เบื้องต้น ทราบว่าสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียมทำให้ยากต่อการตรวจพิสูจน์ ทางทีมแพทย์จึงเน้นไปที่การตรวจเลือด เนื้อเยื่อ กระดูก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สามารถเก็บดีเอ็นเอเพื่อตรวจเทียบเคียงกับญาติ

โดยตัวอย่างดีเอ็นที่เก็บจากเลือด จะทราบผลได้ภายใน1วัน แต่หากเป็นเนื้อเยื่อจะทราบภายใน 3 วัน ส่วนกระดูกจะทราบใน 7 วัน ดังนั้นญาติที่จะมาเก็บดีเอ็นเอ ขอให้เป็นญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ หรือพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจพิสูจน์

นอกจากนี้ ทางนิติเวช รพ.ตร.ได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขนำทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตในภาวะวิกฤตหรือ MCATT มาประจำที่ ศูนย์ปฎิบัติการ ฯเพื่อพูดคุยเยียวยาจิตใจกับผู้ปกครองหรือญาติที่มาติดตามความคืบหน้า โดยจัดห้องประชุมชั้น 3 ไว้รองรับ พร้อมย้ำว่านิติเวชวิทยา รพ.ตร.มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและทีมแพทย์ในกรณีเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้

สำหรับ ผู้ปกครองหรือญาติที่ต้องการติดต่อขอข้อมูลหรือปรึกษาสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-2076108 ต่อ 1101 ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน