ตร.บางโพงพาง แจงแล้ว ปมจับ 2 หนุ่มเสพยาเค ไม่พอใจถูกตร.จับใส่กุญแจมือ ไลฟ์สด โดนปัดกล้องทิ้ง ยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย กระทืบศีรษะผู้ต้องหา ทำไปตามกฎหมาย
กรณีโลกออนไลน์แชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โดยเป็นคลิปไลฟ์สดเหตุการณ์ ขณะที่ชายคนหนึ่งโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในคลิปชายถูกตร.จับใส่กุญแจมือ ระบุว่าเป็นตำรวจสน.บางโพงพาง ตะโกนให้ชายคนที่ถูกกระทืบศีรษะเงียบแล้วฟัง พร้อมชี้มาที่กล้องที่ชายกำลังไลฟ์อยู่ สั่งยึดมือถือ ก่อนที่จะปัดกล้องทิ้ง พร้อมอ้างว่า ตนนั้นไม่เกี่ยว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวจับใส่กุญแจมือแล้วกระทืบที่ศีรษะ ตามที่เสนอข่าวไปเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.67 พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว จากการตรวจข้อเท็จจริงทราบว่าฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง จับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด จำนวน 2 คน
ดังนี้ นายคณิต (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ในข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตา มีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายคมสันต์ อายุ 31 ปี ผู้จับกุมตัวในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ต.ค.67 เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบพบผู้ถูกจับกุมที่ 1 และ 2 นั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ อยู่บริเวณกลางซอยสาธุประดิษฐ์ 58 แยก 8 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา
ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจค้นพบวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุ วางอยู่บริเวณที่พักเท้าด้านหน้า ของรถจักรยานยนต์คันที่ผู้ถูกจับกุมนั่งคร่อมอยู่ ขณะถูกตรวจค้นและจับกุม
จากการสอบถามนายคณิต รับว่าเคตามีนของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง จึงถูกจับตัวไว้ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ทราบ และจากการสอบถาม นายคมสันต์ รับว่าเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ ตำรวจจึงตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติดในร่างกายจริง
แต่ในขณะตรวจค้นนั้น นายคมสันต์ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลฟ์สด และพูดจาเสียงดังโวยวาย ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงตักเตือน บอกกล่าวให้หยุดถ่ายไลฟ์สด เพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่นายคณิตไปซื้อยาเสพติดมา อาจจะทำให้การขยายผลมีปัญหา จึงเข้าไปห้ามไม่ให้นายคมสันต์ที่ใช้โทรศัพท์เพียงเท่านั้น ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย กระทืบศีรษะแต่อย่างใด
จากนั้นจึงนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้ง 2 ไปทำบันทึกจับกุม แล้วนำตัวส่ง สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย กระทืบศีรษะของผู้ต้องหาแต่อย่างใด และขอยืนยันว่ากระทำไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง



