เผยสาเหตุบัสคว่ำดอยรวกทั้งที่เป็นรถใหม่ ก่อนพุ่งตกเหวดับสยอง 6 ศพ

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ บุญปล้อง รองสารวัตรสอบสวน สภ.แม่ท้อ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัส บรรทุกแรงงานเมียนมา ของบริษัทจงเจริญแคปปิตอลจำกัด (ราชบุรี) หมายเลขทะเบียน 33-5488 กทม. เดินทางมาจากด่านตม.แม่สอด จ.ตาก ชายแดนไทยเมียนมา ด้าน อ.แม่สอด ไปยัง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้โดยสารเป็นชาว เมียนมา จำนวน 51 คน ประสบอุบัติเหตุพุ่งลงดอยรวก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 12 บริเวณ กม.68+200 ก่อนถึงทางหยุดฉุกเฉิน 500 เมตร

จากการตรวจสอบพบเป็นแรงงานนำเข้า (MOU) ของบริษัท สุโขนศร จำกัด ตั้งอยู่ที่ 33 ม. 12 ต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย สาหัส 5 ราย บาดเจ็บอีก 25 ราย  เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทั้งในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 8 หน่วยงาน ช่วยกันนำร่างกู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง จึงสามารถเคลียร์พื้นที่ได้

จากการสอบสวน นายพิสิษฐ์ ธนถัคพสิษฐ์ อายุ 40 ปี คนขับรถ บอกว่า ตนขับรถให้กับบริษัทฯ เพื่อรับส่งแรงงานเพื่อนบ้านชาวเมียนมาไป-กลับจากจ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมายังชายแดนไทยเมียนมาด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตากเป็นประจำ โดยรถคันเกิดเหตุเป็นรถใหม่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อต้นปี 2560 ใช้รับส่งแรงงานที่มาต่อวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอดประจำทุกวัน

เช่นเดียวกับครั้งนี้เดินทางมาจากอำเภอแม่สอด ในช่วงหัวค่ำเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณดอยรวกเป็นถนนทางลงเขาลาดชัน รถวิ่งไหลลงมาตามทางด้วยความเร็ว ตนเองพยายามหยุดรถ แต่ไม่สามารถหยุดรถได้เนื่องจากลมเบรกหมดจึงพยายามใช้ตัวรถด้านซ้าย เบียดไถลกับแบริเออร์ข้างทาง เพื่อหวังชะลอความเร็วและประคอง รถให้เข้าทางหยุดฉุกเฉิน แต่เอาไม่อยู่จึงพุ่งข้ามแบริเออร์ รถพลิกตะแคงไถลไปกับไหล่ทางระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ก่อนจะพุ่งตกลงไปในเหว ลึก 5 เมตร เป็นเหตุให้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ทันทีที่เกิดเหตุ พล.ต.ณรัช สิงห์ปภาภร ผบบ.มทบ.310 พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จว.ตาก นายวรศักดิ์ วงษ์รอด ผอ.แขวงทางหลวงตากที่ 1 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่เกิดเหตุ เพื่ออำนวยการช่วยเหลือ ผู้ได้รับบาดเจ็บและกู้ศพผู้เสียชีวิต ที่ติดอยู่ในซากรถบัสดังกล่าวจนกระทั่งรุ่งเช้า

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจีพีเอสของกรมการขนส่งทางบก ช่วงก่อนเกิดเหตุรถบัสดังกล่าวใช้ความเร็วถึง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วกว่ามาตรความปลอดภัยบนเส้นทางดังกล่าว ที่ไม่ควรเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถทั่วไปหรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับรถใหญ่หรือรถหนัก

ในขณะที่การช่วยเหลือ ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงิน เงินช่วยเหลือจากกรมธรรธ์ชั้น 1 ในส่วนของค่ารักษาและค่าสินไหมทดแทน ไม่กินรายละ 300,000 บาท และไม่เกิน 700,000 บาท สำหรับ ผู้เสียชีวิต (พรบ.+ประกันชั้น 1)

ทั้งนี้ เวลาประมาณ 10.30 น. พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย ผู้ช่วยทูตเมียนมา จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จากท่าอากาศยานพิษณุโลกมายังมณฑลทหารบกที่ 310 ตากและเดินทางด้วยรถยนต์ เพื่อเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเยี่ยมคนเจ็บ ที่รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสภ.แม่ท้อ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก

บทความก่อนหน้านี้ทุบสถิติใหม่ ‘กินเนสส์บุ๊ค’ สาวที่มีเล็บยาวที่สุดในโลก (คลิป)
บทความถัดไป“Season NAN” แคมเปญสุดคูล เพิ่มสีสันการท่องเที่ยว เมืองเก่าน่าน