อี้ แทนคุณ เชื่อ “สามารถ” ไม่ได้ฮุบเงินร้อยล้านคนเดียว คนอื่นมีเอี่ยวด้วย คาด สัปดาห์นี้ ออกหมายจับ ศิลปิน ฟ. ชี้ ทำเรื่องไว้เยอะ

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ถูกจับในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงินคดีดิไอคอน ว่า คดีดิไอคอนประเด็นหลักที่ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาในปัจจุบัน ตนยังไม่ค่อยเห็นความชัดเจนจะไปต่ออย่างไร

ตอนนี้กลายเป็นส่วนเกินหรือส่วนอื่นที่ไม่ใช่คดีหลัก ตนอยากเห็นความชัดเจนกว่านี้ว่ามีทิศทางอย่างไร ผู้ที่ทำธุรกิจด้วยและกลายเป็นผู้เสียหายก็มี คนที่ทำธุรกิจได้อยู่ก็ยังมีอีกเยอะ ซึ่งได้ไปให้การกับดีเอสไออยู่แล้ว ตนยังคิดว่าหากสามารถสอบสวนได้พอประมาณก็คงมีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร

“เห็นใจคนที่เป็นบอสต่างๆ ที่ยังต้องอยู่ในเรือนจำ ผ่านไปเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่จบเสียที ตามกฎหมายใช้เวลา 84 วัน ก็อยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน ถ้าพอสมควรแล้วก็อาจจะให้ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัวหรือให้ได้เห็นความชัดเจนว่า ทิศทางของเรื่องนี้ควรเป็นอย่างไร เพราะมีข้อมูลจากทนายบอสพอลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ที่ต้องให้ความเป็นธรรม และให้สิทธิ์ในการต่อสู้

แต่อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ยังมีความหมิ่นเหม่ของความผิดถูก อยากให้ฝ่ายเกี่ยวข้องสื่อสารให้ชัดเจน เพราะคนที่ติดตามก็เริ่มสับสนแล้วว่า ผิดจริงหรือไม่ ทำไมต้องขังเขานานขนาดนี้ ผิดเรื่องอะไรบ้างคนเสียหายจะได้รับเงินคืนหรือเยียวยาบ้างหรือไม่” นายแทนคุณ กล่าว

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ความเสียหายของผู้เสียหายแต่ละรายสูงสุดอยู่ที่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักล้าน ส่วนตัวคิดว่าอาจจะสามารถเจรจาได้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของมูลหนี้ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกันถ้ามีความผิดแบบตั้งใจผิดจริงๆ ใครจะผิดบ้าง เช่น แม่ข่ายที่บอกว่าจะมีการฟ้องกลับ แล้วไปข่มขู่กันให้มีการถอนฟ้อง ตนคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะผิดมรรยาททนาย ดังนั้น สภาทนายความที่จะรับฟ้องคดีแพ่งก็ต้องเข้ามาติดตามดูพฤติการณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและพยานบุคคล

เท่าที่ตนติดตามดูบริษัทดิไอคอนอยู่ พบว่ามีบางส่วนมีความพยายามขายของต่อไป ซึ่งก็น่าเห็นใจ หากเขาทำโดยสุจริต ไม่รู้ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก พอพังลงมา ไม่ใช่แต่บริษัทหรือผู้เสียหาย แต่โยงไปถึงคนที่มีชื่อเสียง นักการเมือง เทวดา เต็มไปหมด แต่เป็นข้อดีที่กระชากหน้ากากเหลือบไรที่แฝงเร้นอยู่หรือไม่

เมื่อถามว่ามองว่าเมื่อบอสพอลออกมา มีโอกาสไกล่เกลี่ยได้มากกว่าหรือไม่ นายแทนคุณ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากวิจารณ์ เดี๋ยวจะไปกระทบกับกระบวนการ แต่ตนคิดว่าน่าจะมีกลไกอื่นจากที่ทนายความที่ได้รับคำสั่งมาไปไล่เช็กบิลหรือตามเก็บคนอื่น ควรต้องหามาตรการเยียวยาด้วยหรือไม่ จะได้ผ่อนหนักเป็นเบา

อย่างไรก็ดี กรณีแชร์ลูกโซ่หรือคดีที่มีลักษณะคล้ายกัน ผู้ต้องหามักจะพยายามแปลงคดี จากอาญาเป็นคดีแพ่ง บางคนติดหนี้ 60 ล้านบาท ศาลสั่งชำระคนละ 1 หมื่นบาท ก็ไม่รู้ว่ากี่ทศวรรษจะหมด ก็ต้องระมัดระวัง มองว่าเรื่องนี้เป็นดาบสองคม

เมื่อถามว่านายสามารถถูกจับ จะสามารถโยงไปถึงเทวดาได้หรือไม่ นายแทนคุณ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าคิด เพราะนายสามารถเคยเป็นนักการเมือง ในตำแหน่งผู้ช่วยรมว.ยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้จะสาวไปถึงช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งด้วยหรือไม่ ต้องไปสืบดู

“การที่เขามีเส้นเงินเป็นร้อยล้าน เขาคงไม่ได้ใช้คนเดียวหรอกมั้ง คงเอาไปเผื่อแผ่เจือจุนด้วยหรือไม่ ทั้งในส่วนของกรรมาธิการที่เขาอ้างถึง และในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบด้วยหรือไม่

ผมคิดว่าถ้าเส้นเงินสาวไปถึง อาจจะต้องพึ่งพาหน่วยงานอื่นๆ เช่น ป.ป.ช. เพราะ บก.ปปป. มีอำนาจจำกัด ในการตรวจสอบระดับซี 8 ลงมา แต่ซี 9 นักการเมืองระดับสูงขึ้นไปต้องใช้ ป.ป.ช. ผมคิดว่าถ้ามีเส้นเงินชัดเจนขนาดนี้ เรียกว่าไม่พ้น” นายแทนคุณ กล่าว

นายแทนคุณ กล่าวว่า กรณีนายสามารถทำให้เห็นว่า ผู้กระทำผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมักจะใช้คนใกล้ตัวเป็นบัญชีม้าจึงทำให้เกิดปัญหา เป็นสภาพแบบที่เราเห็น เช่น คุณแม่ของนายสามารถก็น่าเห็นใจ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนที่จะหาบัญชีม้าต้องคิดให้ดี อย่าคิดว่าเอาแค่ตัวเองรอด ผลกรรมตกอยู่กับคนใกล้ชิด บุพการี ตนคิดว่าเป็นการทำกรรมหนักกว่าเดิม แทนที่จะได้พึ่งพายามแก่ กลับต้องมารับทุกข์รับโทษอยู่ในเรือนจำด้วย

นายแทนคุณ กล่าวด้วยว่า ศิลปิน ฟ. สัปดาห์นี้น่าจะมีหมายเรียกหรือหมายจับ จากข้อมูลที่ตนทราบศิลปินคนนี้ก็ทำไว้เยอะ อาจจะพึ่งพิงเทวดา ส.เล็ก หรือไม่ และอาจสาวไปถึง ส.ใหญ่ หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน