สปสช.เจอแล้ว! ชาย-หญิง ตระเวนขอ ยาพ่นจมูก ในรพ. กว่า 500 ขวด โพสต์ขายว่อนออนไลน์ เผยพบมีนามสกุลเดียวกัน คาดอาจเป็นญาติกัน เคยติดคุกแล้ว 3 ราย
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.67 ที่สถานีกลางบางซื่อ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่พาลูกตระเวนไปรักษาโรคภูมิแพ้ในโรงพยาบาล (รพ.) และนำยาพ่นจมูกที่แพทย์จ่ายให้ ไปขายในสังคมออนไลน์ว่า ในช่วงปี 2567 สปสช. ตรวจสอบพบ กรณีที่คิดว่าน่าจะเข้าข่ายการเบิกยาผิดปกติ และกำลังจะไปดำเนินคดี จำนวน 3 ราย
รายที่ 1 เป็นชาย มีการเบิกยาไป 118 ครั้ง จากโรงพยาบาล 31 แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 318 ขวด รายที่ 2 เป็นหญิง ตระเวนเบิกยา 98 ครั้ง ในโรงพยาบาล 14 แห่ง รวมจำนวน 147 ขวด และรายที่ 3 ตระเวนเบิกยา 30 ครั้ง ในโรงพยาบาล 8 แห่ง รวมจำนวน 55 ขวด
ทั้งนี้ในรายที่ 2 และรายที่ 3 พบว่ามีนามสกุลเดียวกัน คาดว่าอาจจะเป็นญาติกัน และตระเวนรับยาในกลุ่มโรงพยาบาลเดียวกัน ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคกลาง ซึ่งจำนวนที่เบิกใปนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะนำไปใช้รักษาอาการป่วยส่วนตัว เนื่องจาก 1 ขวดใช้ได้ประมาณ 2 เดือน คือพ่นได้ 120 ครั้ง วันละ 2 ครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเบิกเยอะขนาดนี้
“โดยพฤติกรรมนั้น เกิดเหตุหลายที่และพฤติกรรมของคนที่ก่อเหตุ มักจะมาในช่วงเวลานอกเวลาเพราะเป็นช่วงที่บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้มีการตรวจสอบมาก และไปหลายที่ เท่าที่ตรวจตั้งแต่แถบภาคอีสาน บางครั้งก็มาที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร
ยาส่วนใหญ่ที่เบิกจะเป็นกลุ่มยา ที่ใช้รักษาโรคกึ่งๆ ฉุกเฉิน เป็นยาที่มักจะมีราคาแพง และแพทย์ก็จะเห็นว่าผู้ป่วยมีประวัติการรักษาอยู่แล้ว จึงจ่ายยาเหล่านั้นให้ เช่น ยาพ่น สปสช.จะตรวจสอบเพิ่มเติม โดยในวันนี้ (20 ธ.ค.) จะไปดำเนินการแจ้งความ ซึ่งจะเอาผิดในฐานฉ้อโกง ซึ่งสปสช.เคยดำเนินคดี กับผู้ที่ก่อเหตุในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ และติดคุกไปแล้ว 3 ราย” นพ.จเด็จ กล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบเจอเหตุการณ์เหล่านี้ส่วนหนึ่งทางโรงพยาบาลเป็นผู้แจ้งมา เช่น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ส่งหนังสือมาสอบถามที่ สปสช. หากมองในแง่บวกก็จะทำให้สปสช.ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่ง 3 รายที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและแจ้งความไปนี้ไม่น่าจะจบแค่นี้
จะย้อนตรวจสอบเพิ่มขึ้นไปอีก และอาจจะต้องดูว่าเบิกยาตัวอื่นๆ ด้วยหรือไม่ เพราะในกรณีก่อนหน้านี้ที่ดำเนินคดีและติดคุกไปแล้วนั้น เราก็กำลังไล่ตรวจด้วยเช่นกัน เพราะมียาตัวอื่นที่ถูกเบิกไปเหมือนกัน โดยคดีดังกล่าวไม่สามารถยอมความได้ถือเป็นคดีอาญา
เมื่อถามถึงมูลค่ายาที่ถูกตระเวนเบิกจ่ายไปคิดเป็นเท่าไหร่ นพ.จเด็จ กล่าวว่า อันนี้ต้องคูณเข้าไปโดยราคายาบางรายการราคาเกือบ 1,000 บาท คูณเข้าไปแล้วก็จำนวนเยอะอยู่



