เร่งล่า จ่าเอ็ม ยิงอดีตส.ส.ฝ่ายค้าน กัมพูชา เชื่อมีคนชี้เป้าแน่นอน แฉประวัติถูกลงทัณฑ์ขัง 2 ครั้ง ก่อนโดนให้ออกจากกองทัพเรือ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ม.ค.68 ที่สน.ชนะสงคราม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เดินทางมาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ชนะสงคราม และบก.น.1 บชน. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี นายลิม กิมยา 73 ปี อดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน ชาวกัมพูชา ถูกยิงเสียชีวิตในพื้น สน.ชนะสงคราม เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าผู้ต้องหาคือใคร เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายศาลต่อศาล โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี จากข้อมูลการสืบสวน เบื้องต้นเป็นการรับจ้างมาก่อเหตุ มีการชี้เป้าอย่างแน่นอน เนื่องจากโดยปกติการจ้างมือปืนลักษณะนี้ มือปืนจะไม่รู้จักกับเป้าหมาย
ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้หลายประเด็น จนกว่าจะได้ตัวผู้ต้องหา จึงจะทราบมูลเหตุที่แท้จริง และต้องขยายผลหาตัวผู้รวมก่อเหตุ
ในส่วนของภรรยาของผู้ชีวิตเจ้าหน้าที่สอบปากคำไปบ้างแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เนื่องจากเกรงว่าทางผู้ต้องหาจะรู้ความเคลื่อนไหวการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้การติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดียากขึ้นไปอีก
จากการตรวจสอบ ประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยมีคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ตนกำชับผู้ปฏิบัติหน้าที่ชุดติดตามจับกุมให้ใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการจับกุม เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธ อาจเกิดการต่อสู้ขัดขืน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
มีรายงานผลชันสูตรศพ นายลิม กิมยา อดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน ชาวกัมพูชา แพทย์นิติเวช รพ.วชิระ ระบุว่าผลพบบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงที่ด้านหลังขวา 2 นัด สาเหตุการเสียชีวิต หัวใจฉีกขาดจากกระสุนปืน และมีสาเหตุเพิ่มตับฉีกขาด จากกระสุนปืน ตอนนี้อยู่ระหว่างรอญาติติดต่อรับศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติ พ.จ.อ.เอกลักษณ์ แพน้อย (จ่าเอ็ม) ผู้ต้องหา เคยรับราชการเป็นทหารเรือ และเคยกระทำความผิดและถูกลงทัณฑ์ทางวินัยขัง 2 ครั้ง เมื่อปี 2564 และ ปี 2565 จากนั้นมาถึง ปี 2566 มีความผิดฐานขาดราชการ ทางกองทัพเรือ จึงพิจารณาให้ออกจากราชการ


