สั่งย้ายแล้วรองสวป.สน.บางรัก “ศานิตย์” เผยโดนข้อหาเรียกรับโทษคุก 5 ปีปรับไม่เกินหมื่น

 

กรณีร.ต.อ. รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ แจ้งจับ รอง สว.ป.สน.บางรัก เพื่อนร่วมรุ่น กล่าวหาเรียกรับเงิน 7 แสนบาท โดยอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่สามารถวิ่งเต้นให้ผู้กล่าวหาเลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตรได้โดยภรรยาผู้กล่าวหาได้มอบเงินเป็นการวิ่งเต้น เกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.แห่งหนึ่ง ริมถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งผู้กล่าวหากลับไม่ได้รับการแต่งตั้ง ทำให้ได้รับความเสียหาย ล่าสุด
ผบก.น.6 สั่งการให้สน.บางรัก ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัย และพิจารณาอาจให้พักงานหรือย้ายหน้าที่ปฏิบัติงาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี รองสว.จร.สน.นิมิตรใหม่ แจ้งความดำเนินคดีกับ ร.ต.อ. รองสวป.สน.บางรัก ว่า เบื้องต้นทางพล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ กับ ร.ต.อ. รองสวป.สน.บางรัก ไปช่วยราชการที่บก.น.6 แล้ว ยังไม่ได้มีการให้ออกจากราชการไว้ก่อนแต่อย่างใด เพราะอาจจะทำให้มีการเคลือบแคลงสงสัย หามีพยานหลักฐานถึงก็จะพิจารณาโทษทางปกครอง โทษทัณฑ์ถึงขนาดงดบำเหน็จหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบ โดยได้สั่งการให้พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ผู้รับผิดชอบคดี และพล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 ดำเนินการเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
“กรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจริง แต่ลักษณะการกระทำความผิดจะเข้าข่ายเพียงแค่เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินเท่านั้น ส่วนข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว ต้องให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ถ้าพนักงานสอบสวนเรียกแล้วไม่มาพบ ถือว่าขัดหมายเรียกผิดกฎหมาย คาดว่าจะต้องมาพบพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะลาไม่สำคัญ เพราะผู้บังคับบัญชาสามารถถอนใบลาได้ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่” รรท.ผบช.น. กล่าว
เมื่อถามว่า เมื่อมีการคืนเงินให้กับคู่กรณีแล้วจะถือว่าไม่มีความผิดหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นหลักฐานในตัวแล้วว่ามีการหลอกเงินเขาไปจริง มันมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจริง แต่ว่าจะไปเข้าข่ายความผิดในลักษณะใดก็ต้องว่ากันไป ซึ่งตอนนี้มีเพียงข้อหาเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ในส่วนของคดีฉ้อโกงต้องให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวหา หากยังไม่ร้องทุกข์ก็ดำเนินคดีไม่ได้
ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนเรียกตัวคู่กรณีมาสอบปากคำ แล้วหากยังไม่มาพบนั้นประมวลกฎหมายอาญาเขียนไว้ชัดเจน ขัดหมายเรียกก็ต้องลงโทษตามระเบียบ เบื้องต้นทราบว่าอยู่ระหว่างลาราชการ แต่ก็ไม่สำคัญ เพราะว่าสามารถถอนใบลาได้ หากมีความจำเป็นที่ต้องเรียกกลับมา ก็ต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ใบลาก็ยกเลิกไป ก็ให้ผู้บังคับการทั้ง 3 คน ทำงานให้เต็มที่ กำชับไว้ว่าต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งหมดต้องไปตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ผิดก็ว่ากันไปตามผิด นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง

บทความก่อนหน้านี้พท.จี้บิ๊กตู่พูดให้ชัด โรดแม็ปหลังประชามติผ่าน-ไม่ผ่าน เผยชาวบ้านไม่เข้าใจร่างรธน.อื้อ
บทความถัดไปพ่อกลับมา คอลัมน์ หลอน โดย นทธี ศศิวิมล