ทวี ยันแม้บอร์ด กคพ.รับคดีฮั้วสว.แค่ฟอกเงิน แต่ถ้าพบหลักฐานอั้งยี่-ความมั่นคง เหมารวมเป็นคดีพิเศษได้ ขีดเส้นรวบรวมหลักฐานภายใน 3 เดือน เชื่อกกต.ใช้หลักฐานดีเอสไอยื่นถอดถอนได้ถึง 20 คน ไม่หวั่น สว.โต้กลับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงมติที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) 11 เสียง รับคดีฮั้วเลือกสว.เป็นคดีพิเศษฐานความผิดฟอกเงินว่า ทำได้ เพราะจากการสอบสวนพยานสามารถเชื่อได้ว่ามีเงินสะพัดในการเลือก สว.ครั้งนี้กว่า 300 ล้านบาท มูลค่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน

ดีเอสไอสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาความผิดเรื่องการจ้างให้ดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อั้งยี่ซ่องโจร และความผิดฐานยุยงส่งเสริมไม่ให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ เพราะหากสืบสวนสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและพบการประทำที่เข้าข่ายความผิดเหล่านี้ รวมถึงความอาญาที่เกี่ยวข้อง กฎหมายให้ถือเป็นคดีพิเศษได้เลย

เมื่อถามว่าหลักฐานอะไรที่ทำให้เชื่อได้ว่ามูลค่าเงินเกิน 300 ล้านบาท พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า มูลฐานความเชื่อได้ว่า เช่น การออกหมายจับของศาล เขาให้ใช้หลักฐานพอสมควร กรณีนี้ใช้เกณฑ์ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ในการออกหมายจับของศาลฎีกา ที่บางครั้งใช้บันทึกสายลับ ไม่มีการสอบพยานเลยก็ออกหมายจับได้

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ดังนั้น ในคดีนี้มีพยานยืนยันว่ามีการใช้เงิน 400-500 ล้านบาท โดยการจ่ายเงินเป็นช่วงๆ เมื่อมีพยานจึงถือมูลฐานอันเชื่อได้ว่า ที่ประชุมจึงมีมติรับเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายฟอกเงิน ส่วนความผิดฐานอั้งยี่ การได้มาซึ่งสว.หรือการฮั้ว และความผิดอื่นๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 (3) ที่มีการร้องทุกข์ไว้ หากมีความเชื่อมโยงก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษ

ตอนนี้ดีเอสไอมีพยานประมาณ 7,000 คน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปในพื้นที่การเลือก สว.ระดับประเทศ ที่เมืองทองธานีถึง 3,000 คน เราจะดูพยานหลักฐานนี้โดยได้ส่งหนังสือขอให้พนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และพิสูจน์ความผิด โดยได้ให้นโยบายดีเอสไอไปแล้วจะต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานไม่เกิน 3 เดือน เพราะเขาสอบมานานแล้ว

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เงินจูงใจให้เลือกเข้าข่ายซื้อเสียง ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอนนี้ดีเอสไอพยายามล้วงลูกกกต.ด้วยการอ้างกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ใช่ มันเหมือนบริษัทหลบเลี่ยงภาษี ก็มีความผิดหลายกรรม แต่นี่เป็นความผิดอั้งยี่ มีการสมคบกันกระทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ถือเป็นหนึ่งความผิดแล้ว

เมื่อถามว่าเป็นการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อให้ได้คดีนี้มาอยู่ในมือใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ใช่ มีผู้มาร้องทุกข์และมีการสืบสวน จริงๆ แล้วกกต.เป็นฝ่ายมาขอให้เราทำ เราจึงต้องร่วมมือกับกกต. และเมื่อพบพยานหลักฐานแล้ว กกต.ก็นำไปพัฒนาและใช้ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อถอดถอนได้

“คิดว่าหลักฐานที่มีการจ่ายเงินน่าจะถึง 20 คน ถ้ากกต.ร่วมมือกัน ตอนนี้คิดว่าเขาร่วมมือเพราะเขาส่งหนังสือมา และเราไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจเขาตราบใดที่เขายังไม่ยกเลิกดีเอสไอและตำรวจเข้าไปร่วมสืบสวนคดีฮั้วเลือกสว. เราพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ เพราะอำนาจของกกต. คือการเดินหน้าถอดถอนบุคคลที่ได้ซึ่งตำแหน่งสว.โดยมิชอบ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนไม่กังวลกรณี สว. ตอบโต้ด้วยการยื่นถอดถอนจากตำแหน่ง ฐานกระทำความผิดด้านจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพราะเรื่องความยุติธรรมไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ล้วนมีความสำคัญเท่ากัน แต่เรื่องนี้หากเราพิจารณาให้ดี มันกระทบต่อความมั่นคงด้านนิติบัญญัติ อำนาจในการออกกฎหมายก็ได้รับผลกระทบ

“จึงอยากเรียนถึงสว. ถ้าผลสอบสวนออกมาแล้วท่านไม่ผิดก็จะได้สง่างาม ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรู้สึกแก้ปัญหา จะใช้พยานหลักฐานเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและรัฐมนตรี ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของพนักงานสอบ อัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็ว” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน