ก.ตร.ชี้ไล่ออก บิ๊กโจ๊ก รอ ผบ.ตร.ลงนาม เปิดขั้นตอนหลังจากนี้ มีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่ง ต่อ ก.พ.ค.ตร.ได้ภายใน 30 วัน ก.พ.ค.ตร.มีกำหนดระยะเวลาพิจารณา 120 วัน ขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน รวมทั้งสิ้น 240 วัน
วันที่ 8 มี.ค.68 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการตร.มีมติไล่ออก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร.ว่า เมื่อคณะกรรมการเสนอแนะการลงโทษ ตามกฎหมาย รองผบ.ตร.ทุกคนเป็นกรรมการ แต่วันประชุม พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบ.ตร. เป็นประธาน มีรองผบ.ตร. ร่วมประชุม 2 คน คือพล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบ.ตร. ร่วมประชุม
ส่วน พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร. พล.ต.อ.นิรันดร เหลี่ยมศรี รองผบ.ตร. ติดราชการ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่เข้าประชุม ก่อนมีมติให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ โดย ผบ.ตร.จะต้องลงนามในคำสั่งไล่ออกจากราชการ ผบ.ตร.จะรายงานการลงโทษไปยัง ก.ตร.รับทราบ หรือมีเหตุอันสมควรจะสั่งการแก้ไขเปลื่ยนแปลงคำสั่ง ผบ.ตร.ได้ทั้งสิ้น
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า นับแต่วันที่ ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งมีผล ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อ ก.พ.ค.ตร.ได้ภายใน 30 วัน ก.พ.ค.ตร.มีกำหนดระยะเวลาพิจารณา 120 วัน ขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน รวมทั้งสิ้น 240 วัน ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยเป็นคุณกับผู้กล่าวหา อุทธรณ์ฟังขึ้น ตร.จะต้องเรียกผู้ถูกกล่าวหากลับเข้ารับราชการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ก.พ.ค.ตร.มีคำวินิจฉัย
หาก ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยเป็นโทษ ยืนตามคำสั่ง ตร.ที่ให้ไล่ออกจากราชการ ผู้ถูกกล่าวหาสามารถฟ้องศาลปกครองสูงสุดภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัย คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเป็นที่สุด(ระยะเวลาการพิจารณา ประมาณ 1-2 ปี)
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า หากศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดการลงโทษไล่ออกของ ผบ.ตร.เป็นไปตามกฏหมายถูกต้อง ตร.จะต้องดำเนินการในเรื่องการเสนอเพื่อถอดยศ และให้คืนเครื่องราขอิสริยาภรณ์ต่อไป