เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ห้องศปก.สน.วัดพระยาไกร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รรท.รอง ผบช.น. (หน.มค.) พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร ผกก.สน.วัดพระยาไกร เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.วัดพระยาไกร และทหารม.พัน 24 รักษาพระองค์ ร่วมกันเข้าประชุมแผนการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจรช่วงเทศกาลลอยกระทงที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันเข้าประชุม เรื่องมาตราการวางกำลังรักษาความปลอดภัยพื้นที่เอเชียทีค เนื่องจากในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 3-5 หมื่นราย จึงต้องเฝ้าระวังรวมทั้งประชาสัมพันธ์เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสน.วัดพระยาไกร มีจุดท่าน้ำรวมทั้งสิ้น 7 จุด โดยจุดหลักคือท่าน้ำเอเชียทีคฯ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยอาสาตำรวจบ้านจะร่วมกันกระจายกำลังช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในสถานที่ดังกล่าว โดยมีจุดเฝ้าระวังและคอยอำนวยความสะดวกรวมทั้งหมด 6 จุด ประกอบด้วยศปก.สน.เอเชียทีค มีเจ้าหน้าที่ดูแลทั้งหมด 21 นาย ทก.1 ตั้งอยู่บริเวณท่าเทียบเรือ 13 นาย ทก.2 ตั้งอยู่ริมน้ำ 13 นาย ทก.3 ตั้งอยู่โกดัง 5 มีเจ้าหน้าที่ 8 นาย ทก.4 ที่หอนาฬิกา 13 นาย ชุดเคลื่อนที่เร็วอีก 6 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายกำลังในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 100 กว่านาย
รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ยังมีจุดสังเกตการณ์มุมสูง รวมทั้งบริเวณทางเข้ามีจุดคัดกรองนักท่องเที่ยวหลัก ขณะเข้ามาในพื้นที่จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือพาสปอร์ต รวมทั้งมีการตรวจค้นสัมภาระ สิ่งผิดปกติที่ลำตัว และห้ามนำประทัดเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด อีกทั้งภายในสถานที่และบริเวณโดยรอบมีกล้องซีซีทีวีทั้งหมด 188 ตัว ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง โดยมีลานจอดรถรวม 2 จุด คือภายในพื้นที่เอเชียทีคฯ สามารถจอดได้รวม 600 คัน และฝั่งตรงข้ามอีก 800 คัน โดยทางเข้าจะมีกล้องซีซีทีวีจับภาพบันทึกใบหน้าของผู้ขับขี่และป้ายทะเบียนรถ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องตรวจกระจกส่องใต้ท้องและเปิดฝากระโปรงท้ายรถทุกคัน นอกจากนี้ ภายในสถานที่เอเชียทีคฯ มีล่ามและแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์จุดอำนวยความสะดวกทั้งภาษาอังกฤษ จีน และไทยอยู่ทั่วบริเวณโดยรอบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และยังมีรถพยาบาลอีก 2 คัน หากประสบเหตุการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย
“สำหรับการจัดงานลอยกระทงในจุดอื่นๆ ทั่วประเทศนั้น จะใช้มาตรการเดียวกันคือเน้นเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนงดการจุดพลุ ประทัด หรือดอกไม้ไฟทุกชนิด พร้อมให้นักท่องเที่ยวช่วยกันระมัดระวังทรัพย์สิน และเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ทันที” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว


