ทวีวัฒน์ เผยเข้าพบตำรวจปากเกร็ด 3 เรื่อง ปมเงิน 12 ล้านบาท ลั่นเป็นทนายความ รู้กฎหมายดี ตร.แจงกระแสข่าว เจอเงินอีก 3 ล้านในห้องพัก
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 8 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการสอบปากคำ นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาท ที่เจอในคอนโดใน จ.นนทบุรี นานกว่า 3 ชั่วโมง
นายทวีวัฒน์ ก็ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้มาหลายเรื่อง เรื่องที่ 1 คือ มาพิสูจน์ลายนิ้วมือ หรือ ดีเอ็นเอ, เรื่องที่ 2 คือตรวจสอบการให้ข้อมูล และการขยายผลว่าเงินก้อนนี้มีที่มาอย่างไร ส่วนหลักฐานที่นำมา ก็มีไม่มาก เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว, เรื่องที่ 3 คือ จะต้องมาให้การอีกครั้ง แต่เมื่อไหร่นั้น ยังไม่ทราบ
หลังจากนี้จะต้องสอบคนที่เกี่ยวข้องอีกเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเงินตนจริง ยืนยันว่าเป็นเงินของตัวเอง หากไม่ใช่ คงไม่เดินเรื่องมาจนถึงวันนี้ เนื่องจากหากพิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่เงินของตนจะถูกดำเนินคดีให้การเท็จ และหากพบว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบก็ต้องติดคุกเช่นเดียวกัน ตนเป็นทนายความทราบเรื่องกฎหมายดี
เมื่อถามถึงหลักฐานที่เป็นคลิปที่ส่งให้นิติของคอนโดนั้น นายทวีวัฒน์ บอกว่า ตนส่งให้ตำรวจไปหมดแล้ว และเมื่อสอบถามอีกว่า กังวลใจหรือไม่ ที่พรรคประชาชน จะเดินทางไปกรมสรรพากรเพื่อให้ตรวจสอบเงินก้อนนี้ นายทวีวัฒน์ ไม่ตอบ พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่า หากมีความคืบหน้าหรือจะต้องเดินทางไปพบกับหน่วยงานใดเพิ่มเติมค่อยว่ากันอีกครั้ง
หลังจากนั้น นายทวีวัฒน์ เดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชน ขึ้นสะพานลอยข้ามไปฝั่งโรงเรียนนวมินธาราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี เพื่อเรียกแท็กซี่แล้วเดินทางกลับไปทันที
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ในส่วนของตำรวจ มีหน้าที่พิสูจน์ทราบว่าเงิน 12 ล้านบาทนั้นเป็นของใคร ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่มาแสดงสิทธิ์เพียงคนเดียว จึงต้องพิสูจน์ทราบจากทั้งธนาคาร ลายนิ้วมือบนธนบัตร รวมถึงหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมมาได้ ส่วนที่มาของเงินว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจสอบต่อไป
ส่วนกรณีเงินจำนวน 3 ล้านบาท ที่มีกระแสข่าวว่าตำรวจได้เข้าไปตรวจพบภายในห้องพักของ นายทวีวัฒน์ นั้น พ.ต.อ.อภิศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะ นายทวีวัฒน์ ไม่ใช่ผู้ต้องหา ตำรวจจะไม่มีอำนาจเข้าตรวจค้นห้องพักได้ แต่ยอมรับว่าตำรวจได้เข้าตรวจสอบห้อง นายทวีวัฒน์ จริง โดยเป็นการเข้าไปตรวจสอบตามคำให้การว่า มีน้ำรั่วซึมภายในห้อง โดยพบว่ามีร่องรอยน้ำรั่วซึมจริงตามคำให้การ