มาริษ เปิดเผยผลประชุม UNSC ให้หยุดยิง ใช้เวทีทวิภาคีเจรจาโดยสันติ หนุนบทบาทอาเซียนแก้ขัดแย้ง
เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 26 ก.ค.2568 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ แถลงผลการประชุม UNSC รวมถึงท่าทีของไทยว่า ได้พูดคุยกับผู้แทนประเทศต่างๆ ประเด็นแรกคือ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดที่อยู่นิวยอร์ก ได้ติดตามสถานการณืการปะทะกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค.
ตนได้ยืนยันให้ทุกประเทศและผู้แทนระดับสูงของยูเอ็นว่าฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มก่อน และมีการโจมตีพื้นที่ที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เช่น รพ. ปั้มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ แสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจโจมตีพื้นที่ของพลเรือน ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก น่าเศร้าที่สุดทำให้เด็ก 8 ขวบต้องเสียชีวิต
ยืนยันไม่มีประเทศไหนในโลกยอมรับการกระทำแบบนี้ได้ ในเรื่องใช้กับระเบิดและโจมตีพลเรือน ซึ่งกัมพูชายืนยันว่าเป็นสมาชิกของประชาคมระหว่างประเทศ แต่กัมพูชาละเมิดหลักการและมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรง มีการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมาย มุ่งโจมตีพื้นที่พลเรือน
ขอย้ำว่าการกระทำเหล่านี้ไม่ใช่แค่ละเมิดอำนาจอธิปไตยไทย แต่ยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรของยูเอ็นและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ละเมิดศีลธรรมความเป็นมนุษย์ ควรได้รับการประณามอย่างเต็มที่จากนานาประเทศ เราก็ประณาม
กต.ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อการรุกรานของกัมพูชา ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบเหตุการ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะยุติการโจมตีเป้าหมายทางพลเรือน ไม่ละเมิดอำนาจอธิปไตยโดยทันที ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ไทยมีหลักฐานกัมพูชาวางทุ่นระเบิด
นายมาริษ กล่าวว่า การวางทุ่นระเบิดใหม่ในดินแดนของไทย เรามีหลักฐานชัดเจน ทำให้ทหารไทย 2 รายบาดเจ็บสูญเสียขา ขอชื่นชมความกล้าหาญของทหารทุกคน ที่ปกป้องดินแดนไทย
ที่ผ่านมาไทยดำเนินมาตรการทุกอย่างด้วยความจริงใจ ตามกฎบัตรยูเอ็นและกม.ระหว่างประเทศ เราปฏิบัติอย่างจริงใจแต่กัมพูชาเลือกที่จะละเมิดอำนาจอธิปไตยไทยซ้ำแล้วซ้ำอีก
ตนไปชี้แจงต่อประชาคมโลกด้วยตัวเองอย่างเร็วที่สุด ตนได้ถือโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนได้ย้ำในทุกเวทีว่ากัมพูชาละเมิดดินแดนเราก่อน ทั้งที่เราพยายามแก้ปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และการละเมิดสัญญาออตาวาอย่างต่อเนื่องของกัมพูชา กรณีวางทุ่นระเบิดสังหารในไทย เป็นการละเมิดทุกอย่างของกัมพูชา
ต่อกรณีกัมพูชายื่นประธาน UNSC ทางไทยได้เข้าพบและชี้แจงเหตุการณ์ที่กัมพูชาให้กำลังทหารริเริ่มก่อน และมีหนังสือเวียนของไทยต่อประเทศสมาชิกยูเอ็นเอสซี
ผลการประชุม UNSC สถานการณ์ไทยกัมพูชา
เมื่อคืน UNSC ได้ประชุมแบบปิดเพื่อหารือสถานการณ์ชายแดน โดยมีประเทศสมาชิก 15 ประเทศ รวมทั้งไทยและกัมพูชาร่วมด้วย ได้รับรายงานจากทูตเมื่อเช้าว่า ทั้งฝ่ายไทย กัมพูชา ประเทศสมาชิกได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม
โดยสรุปไทยได้ย้ำจุดยืนยันว่ากัมพูชาเริ่มเปิดฉากยิงก่อน ที่สำคัญโจมตีสถานที่ที่ไม่ใช่เป้าหมายทหารอย่างต่อเนื่องลึกเข้ามาในเขตไทยอย่างมาก ละเมิดมนุษยธรรมร้ายแรง
นอกจากนี้ถ้อยแถลงของประเทศสมาชิกยูเอ็นเอสซี ได้กล่าวถึงหลักการกว้างๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่า 1.ขอให้กัมพูชาและไทยใช้การยับยั้งชั่งใจ ลดความตึงเครียด หยุดยิงและแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ใช้ช่องทางทางการทูตและใช้การเจรจาทวิภาคีบนพื้นฐานของหลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
2.สนับสนุนบทบาทอาเซียน ในเรื่องการหารือแก้ไขความขัดแย้งตามกฎบัตรอาเซียน 3.สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ได้เป็นภัยคุกตามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศที่ควรผ่านกระบวนการการเจรจาอย่างสันติ โดยความสุจริตใจ ขอย้ำว่าที่ประชุม UNSC ไม่ได้มีการออกเอกสารใดๆ
กรณีของประธานอาเซียน ขอขอบคุณนายอันวาร์ สำหรับบทบาทและข้อเสนอ ไทยเห็นด้วยในหลักการแต่กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจอย่างชัดเจนเพราะที่ผ่านไม่แสดงความจริงใจที่จะยุติปัญหา เนื่องจากมีการโจมตีพื้นที่พลเรือน ซึ่งไทยยอมรับไม่ได้ กัมพูชาต้องยุติการโจมตีประเทศไทย
ไทยให้ความสำคัญกับบทบาทของอาเซียนและหารือกับมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียบเพื่อหาข้อยุติดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ส่วนข่าวปลอมเขาพระวิหาร กัมพูชากล่าวหาไทย เป็นเรื่องกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน ไม่มีความจริงอย่างสิ้นเชิง การปะทะกันเมื่อ 24 ก.ค. กัมพูชาริเริ่มก่อนที่ตามะเขือ อยู่ห่างจากปราสาทเขาวิหารถึง 2 กม. จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปทำลายปราสาทพระวิหาร ไทยจะมีหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน
กรณีโจมตีเป้าหมายทางพลเรือน ตนได้สั่งการให้ กต.ทำหนังสือประท้วงและมีแถลงการณ์ประท้วง เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยยอมรับไม่ได้ที่โจมตีเป้าหมายทางพลเรือน ไทยยืนยันเจตนารมณ์แก้ไขข้อพิพาทบนหลักสันติวิธี พร้อมร่วมมือประชาคม และเรียกร้องกัมพูชายุติการกระทำขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ กลับเข้าสู่การเจรจา 2 ฝ่ายอย่างจริงใจ
นายมาริษ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจรก.ต่างประเทศจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อปกป้องดินแดน ปกป้องศักดิศรีประเทศไทยในเวทีต่างประเทศ ยึดถือผลประโยชน์คนไทยเหนือสิ่งอื่นใด