ภูมิธรรม เสียใจ ประชาชนจบชีวิต ขอประเมินสถานการณ์ให้มั่นใจ 100% ค่อยอพยพชาวบ้านกลับ ปัดตอบปมยึดปราสาทตาควาย หวั่นกระทบเจรจา ย้ำไม่เชื่อลมปากตระกูลฮุน

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 31 ก.ค.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการนายกฯ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพ เดินทางกลับบ้านได้แล้วหรือไม่ เนื่องจากพบว่ามีประชาชนผูกคอเสียชีวิตว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต

ยอมรับว่าเป็นความห่วงใยของรัฐบาล แม้จะอยากให้เดินทางกลับบ้านพักเลย แต่สถานการณ์ยังไม่มั่นใจ 100% เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่กัมพูชาพูด เชื่อได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามักบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอการประเมินอีกครั้งก่อน ว่าหากไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็กลับบ้านพักได้

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าการที่กัมพูชาพาผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศลงพื้นที่ เพราะเขาเป็นผู้ก่อเหตุจึงมั่นใจว่าเราจะไม่ทำอะไร และเราก็เป็นฝ่ายถูกกระทำ เราจึงไม่มั่นใจว่ากัมพูชาจะกระทำอย่างไร

เมื่อถามว่าไทยจะใช้มาตรการเชิงรุกทั้งด้านการทูตและด้านพื้นที่อย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้เราไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา การดำเนินการต่างๆ เราก็คุยกับนานาชาติอยู่เสมอ แต่ข้อสำคัญอยู่ที่หลักฐานเพราะเขาพูดไปได้เรื่อยๆ แต่เราพูดมีหลักฐานรองรับ

เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงเรื่องการยึดปราสาทตาควาย ที่มีการพูดกันว่ากัมพูชาเข้าครอบครองตัวปราสาท แต่เราได้ครอบครองเพียงพื้นที่โดยรอบ นายภูมิธรรม กล่าวว่า หากพูดถึงในแง่การยุทธ์ การยึดคืนในพื้นที่ต่างๆ ถือว่าเราประสบความสำเร็จ

เมื่อถามว่าพื้นที่ตัวปราสาทเป็นเช่นไร นายภูมิธรรม ย้อนกลับว่าตนพูดไปแล้วว่าเราประสบความสำเร็จ แต่ขณะนี้ไม่อยากพูดในรายละเอียด เนื่องจากอาจส่งผลต่อการเจรจา แต่เอาเป็นว่าสบายใจและพอใจในสิ่งที่ทำไปว่าเราได้ตอบโต้และรักษาอธิปไตยได้เป็นอย่างดี

เมื่อถามว่าการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา นอกจากมาเลเซียจะเป็นตัวกลางเจรจาครั้งที่ผ่านมา มีประเทศอื่นเข้ามาเป็นตัวกลางเพิ่มหรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่ารมช.ต่างประเทศของจีน ได้ร่วมหารือกับคณะผู้แทนของทั้งไทยและกัมพูชาที่เซี่ยงไฮ้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ระหว่างการดำเนินการทั้งหมด

ความห่วงใยของประเทศมหาอำนาจอย่างจีนมีการพูดคุยกับเรามาตลอด ซึ่งเขาไม่อยากเห็นการสู้รบกัน อยากให้ทั้งสองประเทศเป็นมิตรกับเขาทั้งหมด และอยากเห็นความสงบสุข ไม่อยากเห็นผลกระทบจากการต่อสู้กัน เช่นเดียวกับประธานอาเซียน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และสหรัฐฯ ที่ได้พูดคุยกัน ซึ่งมีความห่วงใยและเห็นใจเราว่าในทางการทูต แต่ในฐานะประเทศจะพูดอะไรที่เกินเลยไปไม่ได้ เขาก็พยายามจะพูดด้วยความเป็นกลาง เพื่อให้ทั้งสองประเทศสงบให้ได้

ฉะนั้น ขณะนี้ต้องฟังจากผู้ที่เป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่ฟังจากฝั่งกัมพูชาที่ไม่สนใจข้อเท็จจริง สนใจเพียงไอโอ เพราะตนไม่เชื่อถือสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา แม้กระทั่งนายฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชาที่มาคุย เมื่อพูดคุยกันแล้วกลับมาก็ยังเกิดเหตุการณ์อยู่ ก็ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรที่ตนจะให้การยอมรับ

เมื่อถามถึงนายกฯกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยส่งตัว 18 ทหารกัมพูชากลับประเทศโดยเร็วนั้น ฝ่ายไทยมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันจับตัวทหารกัมพูชา 18 คนได้ตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งเป็นวันที่ประกาศหยุดยิง และยังล้ำแดนเข้ามา ซึ่งเดิมไทยเตรียมจะปล่อยตัวแล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชามีการโพสต์ข้อความออกมา ดูเหมือนฝ่ายไทยไปลักพาตัว

ฉะนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด หากเรียบร้อยแล้วก็จะส่งตัวคืน แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทหารทั้ง 18 นายของกัมพูชาได้ลักลอบเข้ามาหลังประกาศหยุดยิงแล้ว ขณะนี้กำลังใช้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบและสอบสวน

เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานว่าโรงพยาบาลบางแห่ง ออกประกาศงดรับผู้ป่วยจากกัมพูชา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ ขณะนี้มีทั้งข่าวปลอมและข่าวจริง ที่สำคัญบางทีคนของเราไปขยายความของเขาจากข่าวเฟกนิวส์ จนกลายเป็นข่าวจริง

วันนี้จะต้องกรองข่าวทั้งหมด โดยฝ่ายไทยอาจจะรู้สึกด้อยกว่ากัมพูชา เพราะฝ่ายกัมพูชาพูดอะไรก็ได้ พูดจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ฝ่ายเรายึดถือเครดิตของประเทศ ดังนั้น หากฝ่ายไทยพูดอะไรออกมาต้องเป็นเรื่องจริง และมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งตรงนี้ไทยอาจสื่อสารช้ากว่ากัมพูชา แต่พยายามปรับปรุงให้เร็วมากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องทหารกัมพูชา 18 นายที่เราควบคุมตัว และฝ่ายกัมพูชาก็โพสต์ข้อความทันที ซึ่งเมื่อเขาโพสต์ เราจึงต้องควบคุมตัวไว้เพื่อตรวจสอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน