ศาลสั่งจำคุก 6 เดือน หมอศัลยกรรม ผ่าตัด พริตตี้สาว เป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รอลงอาญา ครอบครัวโดยรพ.ฟ้อง 30 ล้านเพราะไม่มีเงินจ่าย เจ้าของคลินิกเจอคุก 3 เดือน
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 4339/2567 ที่ น.ส.ชาญาฎา หรือน้องนิ้ง อายุ 28 ปี พริตตี้สาวโดยนายอภิภู (พี่ชาย) ในฐานะผู้อนุบาล ยื่นฟ้อง นพ.ชาตรี แพทย์คลินิกศัลยกรรมเเห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง หรือ นพ.ธัญปพัศ และพญ.เจ้าของคลินิก ข้อหา ร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส”
กรณีที่เคยปรากฎเป็นข่าวว่าพี่ชายของ น.ส.ชาญาฎาร้องว่า ถูกนพ.ชาตรี แพทย์คลินิกศัลยกรรมเเห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง รักษาผิดพลาดจากการไปทำศัลยกรรมทำตา 2 ชั้น ผ่าตัดโหนกแก้ม ภายหลังผ่าตัดแล้วเกิดอาการช็อก คาดให้ยาเกินขนาดส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้น้องสาวกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นอนโรงพยาบาลเกือบ 5 ปี จนปัจจุบันยังไม่ได้รับการเยียวยา และครอบครัวต้องแบกหนี้ค่ารักษาประมาณ 10 ล้านบาท
โดยเคยไปฟ้องแพ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คลินิกเยียวยาเป็นเงิน 37 ล้านบาท หลังจากนั้นยื่นอุทธรณ์ทั้ง 2 ฝ่าย ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ทางคลินิกเยียวยาเป็นเงิน 29 ล้านบาท แต่คลินิกไม่ยอมจ่ายค่าเยียวยา ทำให้ตอนนี้โรงพยาบาลที่น้องสาวรักษาตัวอยู่ ฟ้องเรียกค่ารักษากว่า 30 ล้านบาท เพราะทางครอบครัวไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล
คดีเเม้เเจ้งความดำเนินคดีอาญาแต่ทางผู้เสียหายเห็นว่า คดีล่าช้าจึงตั้งทนายความ ยื่นฟ้องคดีเองจนศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 19 ส.ค.
โดยนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ นายอภิภู หิรัณยณิช ผู้อนุบาลโจทก์ จำเลยทั้งสองและทนายจำเลยที่ 2 มาศาล
ด้านนายพสิษฐ์ เลิศสินเจริญกุล ทนายความ เปิดเผยว่า ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานเเล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 2 ร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส เป็นการกระทำความผิดตามฟ้องจริงพิพากษาจำคุก นพ.ชาตรี จำเลยที่ 1 จำนวน 6 เดือน จำคุก พญ.จำเลยที่ 2 จำนวน 3 เดือน จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีมาโดยตลอด ศาลจึงไม่มีเหตุ ไม่รอลงอาญา
ในคำพิพากษาประเด็นที่ศาลพิจารณาเป็นหลักคือศาลฎีกามีคำสั่งในคดีแพ่งว่า ไม่รับฎีกาของจำเลยที่1 ในมูลละเมิด ทำให้มูลละเมิดคดีจบที่ศาลอุทธรณ์ เเละประเด็นแพทย์สภาลงโทษจำเลยที่ 1 โดยพักใบอนุญาต 2 ปี เเละยังมีประเด็นที่ในเวชระเบียนที่ไม่ได้ระบุถึง การใส่ท่อผิด ไว้ด้วยศาลจึงเอามาวินิจฉัยลงโทษจำเลยในข้อหานี้



