เปิดใจทั้งน้ำตา ภรรยา เอ๋ ไพโรจน์ ยื่นศาลสมุทรปราการ ขอใช้สิทธิ์คัดค้านตั้งผจก.มรดก ที่ลูกสาวยื่นไว้ ยันอยู่กินร่วมกันกว่า20ปี ตอนนี้ชีวิตลำบากไม่มีบ้านอยู่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ “อี้ แทนคุณ” ประธานชมรมสันติประชาธรรม ได้นำ นางพลอยรัชษ์ ชินรัตน์วาณิช หรือ “คุณเอ๋” ภรรยาปัจจุบันของอดีตพระเอก-ผู้กำกับชื่อดัง เอ๋ ไพโรจน์ สังวริบุตร ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา เข้ายื่นหนังสือ คัดค้านการจัดตั้งผู้จัดการมรดก ที่ลูกสาวคือ น.ส.ปณิชดา (เบสท์) ได้ยื่นต่อศาลไว้ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางกระแสขัดแย้งในครอบครัวเรื่องทรัพย์สินและบ้านพักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 20 ปี
นายแทนคุณ กล่าวภายหลังยื่นคำคัดค้านว่า การดำเนินการครั้งนี้ เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ที่คุณเอ๋ในฐานะภรรยาที่อยู่กินกับผู้ตายมากว่า 20 ปี สามารถใช้สิทธิ์ได้โดยชอบธรรม ไม่ใช่การแย่งชิงสมบัติ แต่เพื่อให้ศาลพิจารณาแบ่งแยกชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นทรัพย์สินเดิมของผู้ตาย และส่วนไหนเป็นสินสมรสที่เกิดจากการร่วมกันทำมาหากิน
“คุณเอ๋ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ แต่เป็นคนช่วยสร้าง ทำธุรกิจ และขับเคลื่อนหลายอย่างด้วยซ้ำ สิทธิ์ที่เรามายื่นคัดค้านวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าไปรุกล้ำสิทธิ์ใคร แต่เพื่อให้ความจริงปรากฏและได้รับความเป็นธรรม” อี้ แทนคุณ กล่าว พร้อมกันนี้ยังเผยว่า ระหว่างรอคำพิพากษาของศาล อาจใช้เวลานานพอสมควร จึงอยากให้คุณเอ๋สามารถกลับไปใช้ชีวิตในบ้านที่เคยอยู่ร่วมกับผู้ตายได้ตามปกติ ส่วนกรณีที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์หรือใช้คำหยาบคายลดทอนคุณค่า กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน เอ๋ พลอยรัชษ์ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตั้งแต่ เอ๋ ไพโรจน์ เสียชีวิต ตนไม่เคยได้เข้าไปจัดการศพหรือเอกสารใดๆ กระทั่งถูกจำกัดสิทธิ์ให้ออกจากบ้าน และไม่มีที่อยู่ถาวร ต้องอาศัยบ้านเพื่อนบ้านญาติเป็นครั้งคราว ทำให้ได้รับความลำบากอย่างมาก
“ตลอด 20 ปีที่อยู่ด้วยกันมา เราหาเงินร่วมกัน ซื้อทรัพย์สินร่วมกัน บ้านหลังนี้เราเองก็เป็นคนร่วมปรับปรุงต่อเติมให้กลายเป็นสตูดิโอ ทุกอย่างเรามีส่วนร่วม ไม่ได้คิดจะแย่งสมบัติ แต่แค่อยากได้ในสิ่งที่เราสมควรได้รับ” คุณเอ๋ กล่าว พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีธุรกิจด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ ออร์แกไนซ์ หรือแม้แต่ช่วงไม่มีงานก็ช่วยกันขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหารายได้ กระทั่งลงทุนทำภาพยนตร์ด้วยกัน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม ยืนยันว่ามีส่วนร่วมมาตลอด ไม่ได้อยู่เฉยๆ อย่างที่บางกระแสบอก
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการจะนัดไต่สวนคำร้องการจัดตั้งผู้จัดการมรดก เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานของทั้งสองฝ่ายต่อไป




