จับตาพรุ่งนี้ ลุ้นญาติเยี่ยม ทักษิณ ครั้งแรก หลังพ้นกักโรคโควิด 5 วัน เปิด 10 รายชื่อ ที่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เผยระเบียบการกรมราชทัณฑ์
กรณีเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี
ต่อมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์ กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ดำเนินการย้ายนายทักษิณ ไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาดเพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม และให้กักโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 5 วัน ก่อนพิจารณาจำแนกแยกแดน เพื่อเตรียมรับการเยี่ยมญาติ
- ด่วน! ทักษิณ ไม่รอด ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ
- ราชทัณฑ์ วางมาตรการเข้ม ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการดูแลความปลอดภัยสูงสุด
วันที่ 14 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าสู่กระบวนการกักโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 5 วัน ภายในแดนแรกรับ เรือนจำกลางคลองเปรม นับแต่วันที่ 9 ก.ย. และจะพ้นการกักโรคในวันที่ 13 ก.ย. เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการเยี่ยมญาติในวันที่ 15 ก.ย.
โดยระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเยี่ยม การติดต่อของบุคคลภายนอกกับผู้ต้องขัง และการเข้าดูแลกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ พ.ศ. 2561 พบว่า บุคคลภายนอกจะเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังได้ มีดังนี้
- เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการเรือนจำในการเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่ปรากฏภาพถ่ายไปแสดงต่อเจ้าพนักงานเรือนจำ และให้เจ้าพนักงานเรือนจำจดบันทึกข้อมูลบุคคลภายนอกผู้เข้าเยี่ยมหรือติดต่อไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขัง กิจธุระ หรือประโยชน์ในการเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังนั้น
- เฉพาะผู้ต้องขังที่ได้รับโอกาสให้ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อจากบุคคลภายนอก
- ต้องเข้าเยี่ยมหรือติดต่อในวันและเวลาตามที่เรือนจำได้กำหนดไว้ หากมีเหตุพิเศษจำเป็นต้องพบผู้ต้องขังนอกวันและเวลาที่กำหนด ให้ขออนุญาตต่อผู้บัญชาการเรือนจำ แต่ต้องไม่ใช่ระหว่างเวลาที่เรือนจำได้นำผู้ต้องขังเข้าห้องขังแล้วและยังมิได้นำออกจากห้องขัง เว้นแต่ผู้บัญชาการเรือนจำเห็นเป็นการจำเป็นที่สมควรจะอนุญาต
โดยระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเยี่ยม การติดต่อของบุคคลภายนอกกับผู้ต้องขัง และการเข้าดูแลกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ พ.ศ. 2561 ยังระบุอีกว่า เพื่อประโยชน์ด้านการควบคุมหรือความมั่นคงของเรือนจำ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำกำหนดให้ผู้ต้องขังแจ้งรายชื่อบุคคลภายนอกที่จะให้เข้ามาพบหรือติดต่อกับตนภายในเรือนจำไว้ล่วงหน้า รายชื่อบุคคลภายนอกนั้นให้มีจำนวนไม่เกิน 10 คน
และหากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ให้สามารถดำเนินการได้โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีมีเหตุพิเศษ ผู้บัญชาการเรือนจำอาจพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกนอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้ตามวรรคก่อน เข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังก็ได้ อย่างไรก็ดี ในการเข้าเยี่ยมนั้น จะเข้าได้ครั้งละ 1 คน คนละไม่เกิน 30-40 นาที และ 1 คนสามารถเข้าเยี่ยมได้วันละครั้งเท่านั้น

นอกจากนี้การยื่นคำร้องขอเข้าเยี่ยมทุกครั้ง ญาติต้องแสดงบัตรที่ออกโดยทางราชการต่อเจ้าพนักงานเรือนจำ โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
- บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ต้องอยู่ในเขตที่เรือนจำกำหนดให้เป็นที่เยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง
- ไม่นำสิ่งของใดๆ เข้ามาหรือนำออกจากเรือนจำ หรือส่งมอบให้ หรือรับจากผู้ต้องขังโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงกรมราชทัณฑ์ ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ในขณะเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง และไม่รับฝากสิ่งของจากบุคคลภายนอกให้แก่ผู้ต้องขัง
ส่วนรอบการเยี่ยมผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม แบ่งเป็นรอบเช้าและรอบบ่าย
โดยรอบเช้า ประกอบด้วย
- รอบที่ 1 เวลา 08.30-09.00 น.
- รอบที่ 2 เวลา 09.00-09.30 น.
- รอบที่ 3 เวลา 09.30-10.00 น.
- รอบที่ 4 เวลา 10.00-10.30 น.
- รอบที่ 5 เวลา 10.30-11.00 น.
ขณะที่รอบบ่าย ประกอบด้วย
- รอบที่ 6 เวลา 12.00-12.30 น.
- รอบที่ 7 เวลา 12.30-13.00 น.
- รอบที่ 8 เวลา 13.00-13.30 น.
- รอบที่ 9 เวลา 13.30-14.00 น.
- รอบที่ 10 เวลา 14.00-14.30 น.
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ในกรณีการเยี่ยมญาติของนายทักษิณ หรือการติดต่อของบุคคลภายนอกกับผู้ต้องขัง คาดว่าอาจจะมีกลุ่มครอบครัวหรือญาติ เพื่อน องค์กรสิทธิต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ประสงค์เดินทางเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ดังนั้น ราชทัณฑ์จึงต้องวางแผนบริหารจัดการ แต่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการเรือนจำฯ พิจารณาตามความเหมาะสม
ขณะที่ พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการคุมขัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ครบ 5 วันกำหนดการกักตัวเฝ้าระวังโรค ซึ่งอาการของนายทักษิณ โดยรวมดีขึ้น ความดันสูงก่อนหน้านี้ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ส่วนจะจำแนกแยกแดนไปอยู่แดนใดนั้น ขึ้นอยู่กับวงรอบของแต่ละเรือนจำ ซึ่งทราบว่าเรือนจำจะมีการประชุมทุกหนึ่งเดือน ขณะนี้ยังไม่มีการแยกแดน ทำให้นายทักษิณจะไปอยู่ในแดนของผู้สูงอายุก่อน เนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์เป็นผู้ต้องขังสูงอายุเกิน 65 ปี
พ.ต.ท.เชน เปิดเผยอีกว่า สำหรับวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ที่จะอนุญาตให้ญาติและทนายความเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ทางเรือนจำฯ มีความพร้อมแต่ไม่ได้จัดสถานที่ให้เยี่ยมเป็นพิเศษ ทุกอย่างจะดำเนินการเหมือนผู้คุมขังทั่วไป พร้อมบอกว่านายทักษิณตั้งตารอวันนี้ เพราะจะได้เจอครอบครัวที่เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต
เบื้องต้นตนรับรายงานว่าจะมีญาติเข้าเยี่ยมแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งการเข้าเยี่ยมจะเป็นการพูดคุยผ่านกระจกใส เพราะยังไม่เป็นการเยี่ยมญาติแบบใกล้ชิดที่สัมผัสกันได้ ส่วนการรักษาความปลอดภัยหากมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาให้กำลังใจก็จะประสานตำรวจท้องที่เข้ามาดูแลอำนวยความสะดวก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อตรวจสอบไปยัง 10 รายชื่อบุคคลที่สามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตามที่นายทักษิณระบุไว้กับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อครั้งถูกส่งตัวออกรักษาพยาบาลภายนอกเรือนจำ ที่ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ประกอบด้วย
- น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ
- นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร
- น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ
- นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา
- นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ
- น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยาของนายพานทองแท้ (สะใภ้)
- ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ คือ บรรดาหลาน ๆ ของนายทักษิณ
จึงเป็นที่จับตาว่า ในการเยี่ยมญาติครั้งนี้ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี จะมีบุคคลใดในครอบครัวทยอยเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำตามวันที่เวลาใดบ้าง รวมถึงกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยและคนใกล้ชิด
