เจนนี่ ปลดบล็อกแม่แล้ว พร้อมเริ่มจากศูนย์ใหม่ ลั่นเงินไม่ได้อยู่ในอากาศ แต่อยู่ที่บ้านเจนนี่ พร้อมรับมือดราม่า ปักตระกร้าเป็นความเสี่ยงแบรนด์ที่มาจ้าง จากนี้ขอตอบแทนสังคมแบบจุกๆ

วันนี้ 13 ตุลาคม 2568 ที่อาคารมาลีนนท์ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ออกมาเปิดเผยหลังจบรายการโหนกระแสว่า ปรากฏการณ์เจนนี่ขายหมดถ้าสดชื่น ส่วนตัวสนุกมาก แต่ก็ยังนอนไม่หลับขนาดเวลานอนยังน้อย เพราะยังรู้สึกว่าเป็นไปได้ไงภูมิใจในตัวเองมากๆ ส่วนตัวอึ้งและดีใจเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นการที่ได้ช่วยเหลือสำหรับบางส่วนบางแบรนด์ที่ติดลบหรือเป็นหนี้เราเหมือนเป็นอีกหนึ่งคนที่ทำให้การตลาดออนไลน์มันกลับมาเหมือนเดิมในวันที่ทุกคนปลูกฝังไปแล้วว่าออนไลน์กำลังจะไปไม่รอด

โดยเฉลี่ยวันนึงตนไลฟ์ไป 18 ชั่วโมงส่วนเวลาที่เหลือที่เหลือ 3 ชั่วโมงตัวเราไปนอน และ 2 ชั่วโมงเล่นกับลูกและกินข้าว / และผ่านไป 3 วัน ลูกค้าที่คอนเฟิร์มแล้วมีประมาณ 2-3 พันแบรนด์ แต่ตอนนี้ยังรอตอบแชทอีกเป็น 10,000 แชท

ส่วนตัวมองว่าที่มีวันนี้ได้ไม่ใช่การแลกกับดราม่าของครอบครัว แต่ตนมองว่าเป็นการ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ที่วันนั้นตนอาจจะมีสายเลือดแม่ค้าและลองปักตะกร้าดู เพราะเนื่องจากหลังจบดราม่าแล้วคนดูยังไม่ออก และคิดว่าการขายของไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายพอทำแล้วมันเกิดขึ้นมันเรียลมันสนุกส่วนตัวจึงทำไปเรื่อยๆ ให้พอรู้สึกช่วงนี้สภาพจิตใจต้องมีความสุขไว้ก่อนอาจจะต้องผ่านไปสักพักถึงจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้

ส่วนดราม่าในครอบครัวนั้นเรื่องนี้ตนไม่อยากพูดถึงแล้วเพราะไม่อยากให้ใครต้องโดนด่าซ้ำๆแต่หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตนรับได้หมดแล้วและอยากให้ทุกคนได้รับบทเรียนในสิ่งที่เกิดขึ้นและขอให้ทุกคนมีความสุขในชีวิตให้มากกว่าเดิมที่ผ่านมาที่พวกเรามันเป็นทุกข์กันทั้งครอบครัว

เมื่อถามว่านี่เป็นฟางเส้นสุดท้ายเลยหรือไม่ เจนนี่ ตอบว่า มันขาดแล้วเรื่องหนี้สิน แต่เรื่องครอบครัวไม่มีคำว่าขาดแน่นอน ส่วนที่ใช้คำว่าขาดแล้วเพราะมันเป็นเรื่องที่ตนเก็บสะสมมาในใจตลอดทุกครั้งที่ตนเจอนักข่าวหรือไลฟ์สด ตนต้องปกปิดเอาไว้ว่าที่บ้านเราไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ ณ วันนี้มันเคลียร์แล้ว

การที่ตนออกมาชี้แจงนั้นไม่ใช่เป็นการที่อยากเอาชนะแม่ แต่เหมือนเราสะสมมานานแล้วมันสมควรเกิดขึ้นแล้วไม่งั้นทุกอย่างมันพังไปหมดโดยเฉพาะแม่ เพราะถ้าแม่ไม่หยุดก็ อาจเกิดอันตรายต่อแม่ด้วยไม่ว่าจะเจ้าหนี้หรือสุขภาพ และพอตนไม่ออกตัวก็เท่ากับว่าความปลอดภัยของแม่เท่ากับศูนย์ แต่ ณปัจจุบันมันเกิดขึ้นแล้วมันแตกหักมันเสียใจ แต่เชื่อว่าจะมีเรื่องดีดีเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน แต่ทุกคนต้องเข้มแข็งมากๆไม่ว่าจะลิลลี่ ยิว ตนหรือแม่

ถ้าเรื่องหนี้สินส่วนตัวมองว่าครั้งนี้ใหญ่ที่สุดเจ้าหนี้เห็นกันทั้งหมดแล้วจนรู้สึกว่ามันคงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เรื่องหนี้สินเจนนี่จะไม่จ่ายใครแล้ว แต่วันนี้ที่ประกาศในรายการพี่หนุ่มว่าจะจ่ายให้แม่ เพราะช่วงนี้รายได้ตนเยอะจนตนไม่รู้สึกเสียดาย แต่ก่อนหน้านี้รู้สึกเสียดายเพราะกว่าจะหามาได้แล้วไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่แค่แม่ที่ตนจะช่วย ตนกำลังคิดอยู่ว่าจะช่วยเหลือสังคมได้ยังไงบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมหาศาลจริงๆ

ถ้าแม่รับที่ตนจะช่วยใช้หนี้ ก็พร้อมจะใช้หนี้ให้แต่ถ้าแม่ไม่รับก็ไม่เป็นไรเพราะตนไม่รู้ว่า ณ วันนี้แม่รู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือเค้าอาจจะไม่โอเคกับเราไปแล้วหรือเค้าอาจจะขอเวลาสักพัก

ปัจจุบันตนได้ทำการปลดบล็อกแม่แล้วและคิดเพียงว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าแม่โทรมาหรือตนโทรไปหาแม่ส่วนตัวมองว่าตนเริ่มต้นจากศูนย์ใหม่ได้เลยแต่ไม่รู้ว่าแม่จะทำได้หรือไม่เพราะแม่ไม่เคยโดนด่าหนักอย่างที่ตนเคยโดน อาจจะต้องใช้เวลา

ในส่วนของยิวนั้น ไม่ต้องเคลียร์กันเลยเพราะอยู่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีวันนี้ในสักวัน และยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าข้างสามีถ้าเข้าข้างคงไม่ทะเลาะหนักขนาดนี้ พอมานั่งคิดอีกทีลูกขาดพ่อไม่ได้ และเรายังรักกัน ทำไมเราต้องให้เหตุผลที่ไม่ใช้เราสองคนมาทำลายความสัมพันธ์ในครั้งนี้

แต่ในส่วนของลิลลี่นั้นน้องเข้าใจแต่น้องก็เสียใจเพราะน้องอยากให้แม่กับเจนนี่รักกัน ซึ่งลิลลี่เองก็รับได้แล้วมูฟออนเร็วและขายของเป็น ส่วนตัวก็รู้สึกโอเคเพราะเป้าหมายของตนคือไม่อยากให้ลิลลี่ต้องเจอแบบเราอย่างน้อยน่าจะน้อยลงหรือไม่ก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อถามเหนื่อยไหมที่ต้องเป็นคนกลางในการประสานรอยร้าวในครอบครัวเจนนี่ตอบว่าก่อนหน้านี้เหนื่อยแต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วตอนนี้รู้สึกว่าต่อให้พี่หนุ่มจะเป็นกาวใจให้จะดีหรือไม่ดีส่วนตัวมองว่าขอโฟกัสลูกและโฟกัสงานดีกว่า

ไม่กลัวว่าปัญหานี้จะวนกลับมาอีกแต่ถ้าเกิดกลับมาจริงส่วนตัวทำใจไว้แล้ว และมองว่าหากรอบนี้มันเกิดขึ้นหนักแล้ว แล้วมันจะกลับมาเกิดขึ้นอีก ก็เท่ากับว่าเราไม่สามารถอะไรเปลี่ยนแปลงได้แล้วเพราะฉะนั้นเราต้องกลับมาโฟกัสที่ตัวเอง เพราะเจนนี่ก็ต้องใช้ชีวิตเจนนี่เหมือนกัน

สำหรับการล้างหนี้ของบ้าน ตนไม่คิดและไม่มีหลักประกัน ไม่ต้องสาบานไม่ต้องยืนยันไม่ต้องคอนเฟิร์มการกระทำเท่านั้นที่เป็นหลักฐานได้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า

เจนนี่ กล่าวอีกว่า สำหรับการไลฟ์ของตนนั้นต้อง ขอบคุณทุกคนที่ไม่ว่าจะมาด้วยเหตุผลอะไรทั้งคนที่ดราม่าเพราะตอนนี้ตนมีดราม่ารายชั่วโมงเพราะทุกคนอยากให้เป็นไปตามที่ทุกคนอยากได้ แต่ถ้าทุกคนเข้ามาและได้ดราม่ากลับไปก็อย่าลืมหาประโยชน์จากสิ่งที่มันเกิดขึ้นด้วย เพราะใครที่ดูไลฟ์ตน ไม่ว่าคนที่ตกงาน เป็นหนี้ ไม่มีงานทำ ทริก เทคนิค ในการทำมาหากินเกิดขึ้นตลอดเวลาและมีเยอะมาก อยากให้ทุกคนมีประโยชน์สูงสุดร่วมกัน ด่ามาได้แต่ขอให้อยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย เพราะอะไรที่กฎหมายเล่นได้ตนก็คงต้องขอปกป้องตัวเอง เพราะไม่งั้นเดี๋ยวทุกคนจะคิดว่าจะทำอะไรกับตนก็ได้

ในส่วนของการไลฟ์นั้นตนอยากทำเป็นปี แต่ก็ต้องใช้วิจารณญาณอีกที่ว่าควรพักตอนไหนแล้วควรกลับมาตอบไหน แต่เชื่อว่ามันต้องเกิดขึ้นเรื่อยๆในทุกเดือน แต่ทุกวันนี้ยังหยุดไม่ได้เพราะยังมีแบรนด์ที่สนใจอีกเยอะ

ส่วนตัวเชื่อว่าตนจะไม่ทรุดแน่นอนเพราะเชื่อว่าเรื่องนี้ผลพวงมาจากความกตัญญูของตน และเป็นผลที่ตนขยันจนเข้าใจติ๊กต็อกและะสามารถแกะสูตรออกมาจนได้ขนาดนี้ เป็นสูตรที่ใช้เวลาแกะมากว่า 8 ปี กับผู้ติดตาม 19 ล้านและยอดขายที่เราทำได้

เคล็ดลับในการไลฟ์คือ ความเรียล และรับปากว่าจะทำให้มันดีขึ้นแต่จะไม่ทำให้ดีมากแน่นอนเพราะมองว่าจะไม่เรียลแล้ว เราอยากมอบความบันเทิง เราอยากให้คนที่กำลังจะเริ่มต้นเห็นว่ามันง่าย

ส่วนตัวไม่ได้เลือก แต่ดาราที่ไปไลฟ์สดเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ขึ้นสลับกันเพื่อสร้างเอ็นเกจเมนต์ที่ดี ในส่วนของผลประโยชน์ร่วมกัน หากแบรนด์ไหนรับสไตล์เราไม่ได้ขออนุญาตไม่รับแต่ถ้ารับได้คุณจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้แน่นอน และอยากให้ไปดูในไลฟ์จึงจะเข้าใจว่าการนำดาราขึ้นมาสลับกับคนธรรมดามันเป็นยังไง

ส่วนพี่หนุ่ม กรรชัย ยังไม่ได้บอกว่าไปไลฟ์กับตนหรือไม่ ส่วนยอด 3 ล้านนั้นถ้าเขายังไม่จ่ายก็ขอยังไม่ลบโพสต์ เพราะถือเป็นการทวงหนี้ แต่พี่หนุ่มก็ให้เหตุผลว่าที่ยังไม่จ่ายเพราะรอฝ่ายบัญชีตื่น

ในส่วนของการปักตระกร้าตนมองว่าเป็นความเสี่ยงของคนที่จ้างตน เพราะสุดท้ายแล้วแค่ยอด 50,000 บาท เทียบกับยอดวิวหลักแสนหลักล้านคุ้มที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่อยากแบกรับความเสี่ยงก็สามารถตัดจบได้เลย แต่ลูกค้าส่วนใหญ่อยากไปต่อเอง ส่วนยอดที่ถูกยกเลิกกับยอดที่ไหลไปมันเทียบกันไม่ได้ แต่ของพี่หนุ่มกรรชัย คนยกเลิกมีแน่นอนแต่ตะกร้านั้นยอดไหลจาก 19 ล้านไป 30 ล้าน ส่วนตัวไม่หวงตัวเลย แต่ขอให้อยู่ในกฎหมาย

ส่วนคนที่มาแซะส่วนตัวไม่น้อยใจแต่มองว่า จุดดราม่าที่เกิดขึ้นเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินได้เสมอ เงินไม่ได้อยู่ในอากาศ แต่อยู่ที่บ้านเจนนี่

ในอนาคตส่วนตัวอยากให้มีธุรกิจเกิดขึ้นกับยิว เพราะอยากมีธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ แต่ได้ไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส เพราะตอนนี้มีความสุขแล้ว หลังจากนี้ก็จะขอใช้ชีวิตให้มีสติ และวางแผนเงินให้ดี และหลังจากนี้จะตั้งใจการลงทุนมากขึ้น

หลังจากนี้ เจนนี่ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะช่วยเหลือ หรือตอบแทนสังคมได้ยังไงบ้าง ยืนยันจะตอบแทนสังคมแบบจุกๆ เลย ส่วนจะไปช่วยเหลือเกี่ยวกับด้านไหนขอดูก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน