พสกนิกรแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ เฝ้ารอส่งเสด็จ พระพันปีหลวง ครั้งสุดท้าย ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เผย พระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินอย่างแท้จริง
วันที่ 25 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงบ่ายที่บริเวณอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมรอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่ามกลางความโศกเศร้าและอาลัยอย่างสุดซึ้ง
ประชาชนต่างพร้อมใจแต่งกายไว้ทุกข์ ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้แนบอก เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อเอ่ยถึงพระเมตตาที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรไทยตลอดรัชกาล

พสกนิกรแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ เฝ้ารอส่งเสด็จ พระพันปีหลวง ครั้งสุดท้าย ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เผย พระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินอย่างแท้จริง
น.ส.เฉลิมศรี อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เดินทางออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมารอส่งเสด็จให้ใกล้ชิดพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ตนเคยมารับเสด็จหลายครั้ง และรู้สึกประทับใจในพระเมตตาและพระราชกรณียกิจที่ทรงห่วงใยประชาชน
สิ่งที่ตนจำไม่ลืม คือพระองค์ทรงมอบโอกาสให้คนไทยมีอาชีพ มีรายได้ ผ่านโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ทรงทำให้คนเล็ก ๆ อย่างเรามีคุณค่าในงานฝีมือของตัวเอง วันนี้ตั้งใจจะอยู่รอส่งเสด็จจนถึงวาระสุดท้าย จะพักค้างอยู่บริเวณโรงพยาบาล เพราะอยากอยู่ใกล้พระองค์
ด้าน นางธันยพร อายุ 65 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี เดินทางมาร่วมรอส่งเสด็จด้วยหัวใจแห่งความภักดี กล่าวว่า เคยรับเสด็จพระองค์ท่านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี และทุกครั้งที่มีโอกาสก็มักจะไปร่วมรับขบวนเสด็จอยู่เสมอ ตนดูข่าวพระราชสำนักมาตลอด ทุกครั้งที่ได้ทราบข่าวว่าพระองค์ประชวรก็รู้สึกเป็นห่วงและใจหาย พอได้ยินข่าวสวรรคต ก็ตัดสินใจเดินทางมาทันที เพื่อจะได้รอส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย
นางธันยพร กล่าวว่า สิ่งที่ประทับใจไม่เคยลืม คือครั้งหนึ่งเคยติดตามข่าวพระองค์ขณะเสด็จไปมอบโอกาสให้ชาวเขาที่ภาคเหนือ พระองค์ทรงพูดจาไพเราะ ทรงมีพระสุรเสียงอ่อนโยน และทรงเอ่ยเรียกประชาชนว่า “หนูจ๊ะ” ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งและจดจำภาพนั้นไว้ในใจเสมอ พระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินอย่างแท้จริง
ตลอดพระชนม์ชีพ พระพันปีหลวงทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา และการส่งเสริมอาชีพ โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ที่ทรงริเริ่มเพื่อสร้างรายได้และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป พระองค์ยังทรงฟื้นฟูผ้าไหมไทยให้กลับมาเจริญรุ่งเรือง และเผยแพร่ชื่อเสียงของผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมถวายความอาลัย โดยเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกด้านจุดพักและน้ำดื่มให้กับประชาชนที่มาปักหลักรอส่งเสด็จในพื้นที่




