มีภารกิจเร่งด่วน ทดสอบรถเก๋งเล็กสไตล์แฮทตช์แบ๊ก 5 ประตู กับเจ้าเอ็มจี 3 ไฮบริดพลัส (MG3 HYBRID+) ด้วยเพราะเป็นรางวัลใหญ่ ในแคมเปญ “มติชน-ข่าวสด เชียร์ทัพกีฬาไทย ลุ้นโชคใหญ่” จึงอยากนำข้อมูลการขับขี่ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย มาเป็นข้อมูลให้กับผู้ที่สนใจ

เอ็มจี 3 ไฮบริด พลัส ดีไซน์ใหม่หมด รูปร่างกะทัดรัด ไฟหน้า LED PROJECTOR ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแววตาของนักล่า มาพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน กระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมช่องระบายอากาศ ไฟท้าย LED รูปลักษณ์ปีกผีเสื้อ
ภายใน TRENDY TOUCH ตกแต่งแบบ 2-TONE สีขาว – ดำ ตกแต่งแผงคอนโซล ด้วย TARTAN PATTERN พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว เกียร์เป็นแบบหมุนเหมือนรถอีวี ที่เก็บสัมภาระท้ายรถใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สบายๆ

แม้จะเป็นรถน้องเล็ก แต่ระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้ถือว่าไม่น้อย ระบบ ADAS 8 ระบบ LDW ส่งสัญญาณเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ELK ปรับองศาพวงมาลัยให้รถกลับมาอยู่ในเลน
ACC ควบคุมความเร็วรถให้คงที่, TJA ปรับความเร็วตามรถคันหน้าอัตโนมัติ โดยเว้นระยะห่างให้เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน เมื่อเสี่ยงกับการชนรถคันหน้า, FCW ระบบช่วยลดความเร็ว และเบรกอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าผู้ขับขี่ไม่มีการตอบสนอง กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ด้านหลัง เบรกได้มั่นใจขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ
นัดรับรถกันสายวันศุกร์ ที่จุดรับรถ ซ.รามคำแหง 92 เพื่อนร่วมทางที่มีอยู่ไม่น้อย เลือกใช้โหมดประหยัด รับรู้ถึงอาการหน่วงของตัวรถเมื่อถอนคันเร่ง และแรงดึงเวลาออกตัว แต่ไม่เป็นไรเพราะอย่างไรเสียก็ต้องขับตามกันไป ทำความเร็วไม่ได้อยู่แล้ว

ดีว่ารูปร่างที่เล็กกะทัดรัด ช่วยให้การหลบหลีกเปลี่ยนเลน ทำได้อย่างคล่องแคล่ว ประกอบกับกำลังของระบบไฮบริด ทั้งจากเครื่องยนต์ และไฟฟ้า ทำได้สูงสุด 194 แรงม้า เสริมความปราดเปรียว กระชับฉับไว ยามออกตัว หรือต้องเร่งแซง

หลุดจากการจราจรที่หนาแน่น มุ่งหน้าถ.พระราม 3 ทำความเร็วเพิ่มขึ้นได้บ้าง และไม่ต้องเบรกบ่อย ปรับไปใช้โหมดการขับขี่แบบนอร์มอล รู้สึกดีขึ้นอาการหน่วงน้อยลงมาก ต่อเมื่อเข้าถ.รัชดาภิเษก ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่รอช้า ลองความเร็วปลายกันเลยเสียให้เสร็จในคราเดียว
ปรับไปที่โหมดสปอร์ต รู้สึกได้ว่าคันเร่งกระชับมากขึ้น ไม่ต้องกดหนักเหมือน 2 โหมดก่อนหน้านี้ ก็นำพาตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว รวมเสียงที่คำรามเข้ามาให้ห้องโดยสารเบาๆ ประมาณจะบอกว่าฉันอยู่ในโหมดสปอร์ตนะ

ช่วงล่างจังหวะใช้งานในเมือง หลบหลีกได้สบายมือ ประกอบกับพวงมาลัยที่แม้จะหนัก แต่ค่อนข้างคม ช่วยให้ควบคุมรถไปในทิศทางที่ต้องการได้ดั่งใจ แต่เมื่อเริ่มทำความเร็วสูงระดับเกิน 120 ก.ม.ต่อช.ม. เริ่มรับรู้ได้ถึงความหวิวของช่วงล่างบ้าง ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะนอกจากตัวรถที่ค่อนข้างเล็กแล้ว ยังมีน้ำหนักเบา ไม่เหมาะกับการใช้ความเร็วมากๆ อยู่แล้ว
ครั้งนี้ทดสอบกันไปรวมระยะทางร่วม 200 ก.ม. ขับในเมืองทั้งหมด แบบใช้งานในชีวิตประจำวัน และไม่ปั้นตัวเลข อัตราสิ้นเปลืองป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 20 ก.ม.ต่อลิตรตลอด ไม่ว่าจะเจอรถติด กดหนักเพื่อเร่งแซง ขับตามกันไป ทำความเร็วสูง เรียกว่าจัดจบครบทุกระบวนท่า

ใครที่มองหารถไซซ์เล็ก ที่ให้ความคล่องแคล่ว แรงพอได้ และประหยัดพอตัว เอ็มจี 3 ไฮบริด พลัส ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรแวะไปทดลองขับ ส่วนค่าตัวเริ่มต้นที่ 579,900 – 619,900 บาท ที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ
แต่ถ้าใครชอบลุ้น วันนี้ยังพอมีเวลา สามารถร่วมสนุกกับแคมเปญ ‘มติชน-ข่าวสด เชียร์ทัพกีฬาไทย ลุ้นโชคใหญ่’ ถึงวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ด้วยการตัดคูปองหนังสือพิมพ์ข่าวสด มติชน ประชาชาติธุรกิจ และนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ชิงรางวัล รถยนต์ เอ็มจี3 ไฮบริด พลัส และรางวัลอื่นอีกมากมาย
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ