หลังจากเปิดตัว โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่-อี รถปิกอัพอีวีคันแรกของค่ายพี่ใหญ่ได้ไม่นาน ทีมงานการตลาด และประชาสัมพันธ์ ได้จัดทริปทดสอบเบาๆ บนถนนหลวงและสนามออฟโรดจำลอง ให้ผู้สื่อข่าวได้รับรู้สมรรถนะว่าจะออกมาไฉไลขนาดไหน

ก่อนออกเดินทางทำความรู้จักกันสักหน่อย ไฮลักซ์ ทราโว่-อี รถปิกอัพอีวีขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา แม้จะใช้แพลตฟอร์มเดียวกับรุ่นเครื่องยนต์ แต่เพิ่มระบบต่างๆ ให้เหมาะสม

โดยมีไฮไลต์อยู่ที่เทคโนโลยี DIAMOND GUARD PROTECTION ที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าตั้งแต่ด้านหน้าถึงหลัง แบตเตอรี่ยึดกับเฟรมย่อยเป็นรูป Diamond Shape ลดความเสียหายต่อแบตเตอรี่จากการบิดตัวของเฟรม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวมสูงสุด 196 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์หน้า 205 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์หลัง 269 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนแบบ NMC ความจุ 59.2 kWh ชาร์จเต็มวิ่งได้ไกลสูงสุด 315 ก.ม.

ขึ้นเป็นผู้โดยสารแถวหลัง เบาะนั่งสั้นไปนิด ทำให้เข่าชันเล็กน้อย ดีว่ามีพื้นที่วางขากว้างพอ รวมถึงพื้นที่เหนือศีรษะที่โปร่งทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนที่โดดเด่นชัดเจนสุดคือเรื่องของความเงียบ หลายคนบอกว่าไม่มีเครื่องยนต์ยังไงก็เงียบอยู่แล้ว

แต่บอกเลยว่าเจ้าไฮลักซ์ ทราโว่-อี คันนี้เงียบจริง ไม่ว่าจะเสียงลม เสียงล้อบดถนน หรือแม้แต่เสียงรอบข้าง เมื่อจอดนิ่งอยู่เปิดกระจกไว้ได้ยินเสียงโฆษกผ่านลำโพงชัดเจน แต่พอกระจกปิดสนิท เสียงที่ดังเจื้อยแจ้วเงียบสนิทราวกับว่าด้านนอกไม่ได้มีกิจกรรมใดๆ เกิดขึ้นอยู่

ช่วงล่างไม่ได้นุ่มนวลเหมือนซีดานชั้นดี ออกไปทางแข็งแต่ไม่ถึงกับกระด้าง แรงเหวี่ยงมีบ้างตามบุคลิกรถปิกอัพที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกที่กระบะท้าย

เข้าในสนามออฟโรดจำลองมีหลากหลายรูปแบบ ด้วยระบบ Multi Terrain Select สามารถเลือกโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ Mogul, Dirt, Mud, Sand, Rock หรืออยากสบายๆ ก็โหมด Auto ให้รถคิดเองทั้งหมด

เริ่มกันที่การลุยน้ำโคลนร่วมครึ่งล้อ ระยะทางประมาณ 50 เมตร แม้จะดูสั้นๆ แต่สำหรับใครที่ขับรถอีวีแล้วอาจใจสั่นได้ เพราะหากแบตเตอรี่และมอเตอร์ไม่ได้รับการปกป้องที่ดี น้ำ หรือโคลนเล็ดลอดเข้าไปได้ งานนี้ได้ใช้บริการยานแม่อย่างแน่นอน

ต่อกันที่เนินเอียงสลับ แสดงให้เห็นถึงการให้ตัว หรือยืดยุบของล้อที่ทำได้ 50 ซ.ม. ช่วยให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนต่อเนื่อง ค่อยๆ ปล่อยไหลแบบวอล์กกิ้งสปีดก็ผ่านได้ฉลุย ขับขึ้นเนิน-ลงเนิน ระบบช่วยเหลือทำงานได้อย่างราบรื่น

จังหวะขึ้นหยุดสนิทค้างบนเนินตัวรถไม่มีไหล ขาลงใช้โหมดช่วยลงทางลาดชัน ตัวรถทำการเบรกให้เองอัตโนมัติเหมือนที่เคยทดสอบหลายรุ่น แต่ที่แตกต่างคือความเงียบของเบรก เพราะทั่วไประบบนี้จะต้องมีเสียงดัง กรืด กรืด อี้ด อี้ด ให้ได้ยินตลอดเมื่อเปิดใช้งาน

ออกจากสนามทดสอบขึ้นนั่งตำแหน่งคนขับ การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนกับรถเครื่องยนต์ ทำให้ไม่ต้องปรับตัว ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติ เพราะรถอีวีบางคันรวมศูนย์การควบคุมทุกอย่างไว้ที่หน้าจอกลาง แถมบางโหมดยังต้องเข้าเมนูลึกสุดใจ ไม่เหมาะปรับเปลี่ยนระหว่างขับขี่เพราะต้องละสายตาจากถนน

พวงมาลัยไฟฟ้าระบบมัลติฟังก์ชัน เบาะนั่งขนาดใหญ่นุ่มแน่น หัวเกียร์แบบจอยสติ๊ก หน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว รองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ ไร้สาย จอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้วแบบดิจิทัล ดูง่ายสบายตา

ตีนต้นหายห่วงตามสไตล์รถอีวี กดเป็นมาไม่ต้องรอรอบ ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ช่วงล่างยังคงให้อารมณ์รถปิกอัพ ไม่ได้นุ่มนวลมาก พวงมาลัยไฟฟ้าควบคุมง่ายเบามือกว่าที่เคย นอกจากไม่ทำให้เมื่อยล้าแล้วยังบังคับทิศทางได้ดั่งใจ

บนย่านความเร็วสูงกับโหมดการขับขี่แบบนอร์มอลให้ความรู้สึกหวิวๆ อยู่บ้าง บวกกับจังหวะเร่งแซงไม่ค่อยทันใจ ปรับไปเป็นโหมดสปอร์ต กำลังที่เรียกมาใช้งานรวมถึงช่วงล่างให้ความรู้สึกกระชับมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการขับขึ้นอย่างมาก

นักเลงรถปิกอัพหัวใจสีเขียวสายลุยไปทดลองขับได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ ส่วนจะคุ้มกับค่าตัว 1.419 ล้านบาท หรือไม่งานนี้ต้องไปพิจารณากันด้วยตัวเอง

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน